เปิดแผน 5 ขั้นตอน สร้างรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา หลักเขต 52–59 "จันทบุรี-ตราด"
09 พ.ย. 2568
เปิดแผน 5 ขั้นตอน สร้างรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา หลักเขต 52–59 "จันทบุรี-ตราด" คาดใช้เวลา 15 วัน ร่วมปักหมุดชั่วคราว
ข่าว
09 พ.ย. 2568
เปิดแผน 5 ขั้นตอน สร้างรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา หลักเขต 52–59 "จันทบุรี-ตราด" คาดใช้เวลา 15 วัน ร่วมปักหมุดชั่วคราว
9 พฤศจิกายน 2568 ความคืบหน้าการสร้างรั้วชายแดน พื้นที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ในการกำกับดูแลของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ซึ่งการดำเนินการมี 5 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 รับรองกรอบอำนาจตามอนุสัญญาชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ชายแดน จ.จันทบุรี-ตราด โดยต้องเห็นชอบยืนยันว่าพื้นที่หลักเขต 52–59 เป็น “แนวเขตที่ตกลงร่วมแล้ว (Agreed Boundary Line) โดยทาง JBC มีมติ หรือออก “หนังสืออนุมัติหลักการ” ให้สามารถก่อสร้างรั้วในแนวเส้นดังกล่าวได้ พร้อมแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการด้านเทคนิค (Technical Sub-Committee) เพื่อควบคุมงานในระดับปฏิบัติ
ขั้นที่ 2 ให้ทั้ง 2 ฝ่ายจัดทำข้อตกลงทางเทคนิค (Technical Instruction – TI) ฉบับปรับแก้ โดยมีกรมแผนที่ทหารพร้อมคณะสำรวจร่วมไทย–กัมพูชา โดยนำ TI ฉบับเดิม (ที่คณะสำรวจลงนามแล้ว) มาปรับข้อความให้ชัดเจนว่า การสำรวจและปักหลักชั่วคราวเป็นเพียงเพื่อวางแนวรั้วตามเส้นตรงระหว่างหลักเขตที่ตกลงแล้วเท่านั้น
ขั้นที่ 3 เป็นการสำรวจแนวเขตและปักหลักเขตชั่วคราว โดยชุดสำรวจร่วมไทย–กัมพูชา ใช้เครื่องมือรังวัดสัญญาณดาวเทียม GPS/GNSS เทคนิค RTK และ Total Station เพื่อยืนยันแนวเขตแดนที่เป็นเส้นตรง ระหว่างหลักเขตแดนที่52–59 พร้อมปักหมุดชั่วคราว (Temporary Markers)” ทุกระยะ 50–100 เมตร เพื่อใช้เป็นแนวอ้างอิงแนวเขตแดนการบินถ่ายภาพทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการจัดทำแผนผัง พร้อมทั้งการจัดทำแผนผังสนาม ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลตำแหน่งหลักเขตแดนที่ 52-59 ตำแหน่งหมุดชั่วคราว และข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ ตามมาตราส่วนที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน จากนั้นให้จัดทำรายงานผลการสำรวจและปักหมุดชั่วคราว ระหว่างหลักเขตแดนที่ 52-59 พร้อมทั้งแผนผังสนาม และบัญชีค่าพิกัดหมุดชั่วคราวระหว่างหลัก 52-59 จากนั้นให้จัดทำรายงานผลให้ OG JTSC และ JBC พิจารณาและรับรอง
สำหรับ “แนวเขตจริงในภาคสนาม” ที่ผ่านการยอมรับจากทั้งสองประเทศ แนวเขตแดนมีความชัดเจน ลดปัญหาการเผชิญหน้าของกองกำลังทั้งสองฝ่าย และใช้เป็นแนวอ้างอิงในการสร้างรั้ว
ซึ่งขณะนี้ทั้งไทยและกัมพูชา ได้เดินมาถึงขั้นตอนที่ 3 ในการเดินสำรวจและปักหมุดพร้อมกัน โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10-15 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ในแต่ละหลักเขต บางพื้นที่เป็นพื้นที่ราบ บางพื้นที่เป็นพื้นที่สูง และยังต้องคอยระวังในเรื่องของทุ่นระเบิดที่อาจจะหลงเหลืออยู่ในพื้นที่อีก จึงต้องมีหน่วยทหารช่างของทั้ง 2 ประเทศเป็นผู้เบิกทางในการปักหมุดก่อน
จากนั้น เป็นขั้นที่ 4 เป็นการจัดทำและลงนาม “บันทึกข้อตกลงการก่อสร้างรั้ว (MOU on Border Fence Construction) โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ อาทิ กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ JBC ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ต้องนำข้อมูลที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบทั้งหมดจากขั้นตอนที่ 1-3 มาจัดทำร่าง MOU กำหนดเพื่อป้องกันการลักลอบ การตัดไม้ การลำเลียงผิดกฎหมาย “รั้วควบคุมการผ่านแดน” ไม่ใช่ “เส้นเขตแดนใหม่”
สำหรับการบำรุงรักษารั้ว ต้องดูแลร่วมกันโดยคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ทำเสนอผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ JBC รับรองก่อนลงนามจริง
จากนั้นทำเป็นเอกสารข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐ (MOU) รับรองการสร้างรั้ว ปฏิบัติการได้ถูกต้องตามอนุสัญญาชายแดน1907 และ MOU ปี 2000
ขั้นที่ 5 ดำเนินการก่อสร้างและตรวจรับร่วม ในพื้นที่ชายแดนจันทบุรี-ตราด หน่วยรับผิดชอบหลักกองทัพเรือ(กปช.จต. , หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี , หน่วยก่อสร้างร่วมไทย–กัมพูชา) รั้วชายแดนถูกสร้างอย่างถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย ปลอดภัย และได้รับการยอมรับจากทั้งสองประเทศ
