พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่หย่าร้างกันแล้วหรือไม่ ในส่วนนี้ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่ยืนยันว่าไม่มีผลทางคดี เพราะเรายึดหลัก "พยานหลักฐานเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลเป็นหลัก" แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานเส้นทางการเงินพาดพิงไปถึง นายปริญญา เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์แล้วตอนนี้ แต่ในกรณีของผู้เสียหายรายอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มแรก นายปริญญา จะเกี่ยวข้องไหม ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่มีผู้เสียหายรายใหม่เข้ามา จึงอยากฝากไปถึงผู้ที่ถูกกระทำเช่นนี้รายอื่นๆ ถ้ามีก็ให้รีบเข้ามา เราจัดทีมสอบสวนรองรับไว้แล้ว
"พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.นิตติโชติ ยอมรับว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายบางรายพาดพิงไปถึงนายปริญญา เพียงแต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน ว่าเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริงก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายเช่นเดียวกัน ขณะที่มูลค่าความเสียหาย แม้ตอนนี้จะมีจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะตั้งเป็นคดีพิเศษแล้วให้ทางดีเอสไอช่วยทำ"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เร็วๆนี้ จะมีการออกหมายเรียกนายปริญญา หรือไม่ พ.ต.อ.นิตติโชติ ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นออกหมายเรียก ต้องพิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน และหากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็ต้องมาดูที่อัตราโทษความผิดว่ามากน้อยแค่ไหน หากเป็นฉ้อโกง ก็อาจจะต้องออกหมายเรียกก่อน 2 ครั้ง ถ้า 2 ครั้งไม่มาก็ต้องออกหมายจับ แต่หากเจ้าตัวประสงค์จะมาเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหรือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ทางเราก็ยินดี มาได้ตลอด ไม่จำเป็นต้องในเวลาราชการ เพียงแต่ขอให้ประสานมาก่อน จะได้จัดเตรียมพนักงานสอบสวนไว้รองรับ
เมื่อถามว่า ยังสามารถติดต่อ นายปริญญา ได้อยู่หรือไม่ พ.ต.อ.นิตติโชติ ยืนยันว่า ยังสามารถติดต่อได้อยู่ แต่เป็นการติดต่อผ่านทนายความ
เมื่อถามว่า กรณีที่นางไรบีนา มีอาการป่วยขณะถูกคุมขัง พ.ต.อ.นิตติโชติ ชี้แจงว่า เป็นลักษณะเครียด "แพนิค" มากกว่า รวมถึงมีอาการหัวใจเต้นผิดปกตินิดหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่ไม่เคยเข้าไปอยู่ในห้องควบคุมตัว หรือถูกดำเนินคดี แต่หลักๆ น่าจะกังวลเป็นห่วงเรื่องลูกมากกว่า ส่วนยาเขาก็เตรียมมาเองเป็นยาคลายเครียด พอรับประทานยาก็ดีขึ้น ไม่ถึงขั้นจะต้องเข้าโรงพยาบาล
เมื่อถามว่า จะมีการขยับข้อหาเป็นฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า องค์ประกอบของข้อหาฉ้อโกงประชาชน กฎหมายระบุไว้ว่าจะต้องมีการโฆษณาเผยแพร่ประกาศให้บุคคลทั่วไปได้ทราบ แต่ในเคสของนางไรบีนา เป็นการเจาะจงกลุ่มเพื่อน ไม่ได้ประกาศให้กลุ่มคนทั่วไปทราบ ดังนั้นหลักฐาน ณ วันนี้จึงยังไม่เข้าองค์ประกอบ เพียงแต่เป็นการครบองค์ประกอบของความผิด พ.ร.บ.กู้ยืมเงินที่มาจากการฉ้อโกงประชาชน