พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า ในส่วนพฤติการณ์ที่ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดของ "นานา" จำนวน 17 คนเข้าแจ้งความ มูลค่าความเสียหายกว่า 195 ล้านบาท มีลักษณะเป็นการชวนผู้เสียหายไปลงทุนใน 4-5 กิจกรรม
1.ชวนลงทุนปล่อยสินเชื่อ ปล่อยเงินกู้ อ้างจะให้ค่าตอบแทน 4-7 เปอร์เซ็นต์
-นอกจากนี้ยังมีการอุปโลกน์คนขึ้นมาเพื่อเทรดหุ้น ซึ่งทั้งการเทรดหุ้นและปล่อยสินเชื่อไม่มีอยู่จริง
-ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียหายบางกลุ่มถูกชักชวนลงทุนทำสนามบาส และ ลงทุนเปิดร้านอาหารระดับประเทศ
-โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่มีข่าวหลุดออกมาแล้วว่าเข้าแจ้งความกับตำรวจก่อนหน้านี้ คือ "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" เป็นการชวนไปลงทุนร้านอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่า 5 ล้านบาท แต่สุดท้ายไม่มีการลงทุนจริง อย่างไรก็ตามผู้เสียหายหลายรายไม่ประสงค์ปรากฏเป็นข่าว
อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ "นานา" ให้การปฏิเสธ แต่รายละเอียดขอให้อยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่ง "นานา" ก็มีประเด็นที่อยากจะชี้แจงต่อตำรวจ เบื้องต้นอ้างว่าไม่รู้ว่าการกู้ยืมเงินลักษณะที่ทำนั้นผิดกฎหมาย และคิดว่าจะหาเงินมาชดใช้ผู้เสียหายได้
ซึ่ง "นานา" จะยื่นประกันตัวหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ทราบ แต่หากยื่นมา พนักงานสอบสวนก็มีหลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ตามกฎหมาย ซึ่งหากยื่นมาก็มีสิทธิ์ได้ประกันตัวเช่นกัน
อย่างไรก็ตามความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งก็คือแชร์ลูกโซ่ เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ซึ่งได้รายงานความผิดมูลฐานไปยัง ปปง. แล้ว
ส่วนทรัพย์ที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาว่าได้มาก่อนหรือหลังการกระทำความผิด ซึ่งความผิดหลักเกิดขึ้นประมาณเดือนกันยายนปี 2565 ก็ต้องตรวจยึดทรัพย์ทั้งหมด และส่งให้ ปปง. ดำเนินการ
ส่วน "เวย์ ไทเทเนี่ยม" หรือนายปริญญา อินทชัย สามีของ "นานา" อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตำรวจยืนยันจะตรวจสอบในทุกมิติ
แจงปมมอบตัว
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่ทนายสายหยุด นำตัว "นานา" มาพบตำรวจเมื่อวันจันทร์ ( 1 ธ.ค.68) แต่อ้างว่าไม่มีการรับมอบตัวนั้น เนื่องจากขณะนั้นเป็นช่วง 5 โมงเย็น อยู่นอกเวลาราชการ และขณะนั้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับ "นานา" ทำให้ยังไม่มีอำนาจควบคุมตัว ซึ่งวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เห็นตัว "นานา" มีเพียงทนายสายหยุดมาส่งเอกสาร การจะออกหมายเรียกหรือหมายจับเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน แต่คดีนี้อัตราโทษโทษเกิน 3 ปี พนักงานสอบสวนสามารถขอออกหมายจับได้เลย ไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก
ดีเจบอย ดอดให้กำลังใจ นานา
ต่อมา นายฌาฆฤณ ชุ่มนิ่ม หรือ ดีเจบอย เพื่อนสนิท นานา ไรบีนา ได้เดินทางมาให้กำลังใจที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)
โดย ดีเจบอย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า นานา ไรบีนา โทรมาหาตั้งแต่เช้า บอกว่าอยากเจอ วิตกกังวล และเครียดเรื่องลูกๆ ตนเองจึงรีบมาให้กำลังใจ ซึ่งจากการพูดคุยกับนานา ทางคดีก็คงให้เป็นไปตามกระบวนการ และรายละเอียดยังไม่ได้พูดคุยกัน
แต่เมื่อคืนนี้ เท่าที่ได้ไลฟ์สดด้วยกัน และพูดคุยกันเกี่ยวกับว่า ต่อจากนี้เรื่องราวจะเป็นอย่างไรอยู่บ้าง นานาก็บอกว่าคุยกับทนายแล้ว ดูไม่ได้กังวล และไม่ได้คิดว่าจะถูกจับในเช้าวันนี้
ส่วนตัวก็ไม่ได้เข้าข้าง "นานา" ก็รู้ว่า "นานา" ผิด และได้ตักเตือนไปแล้ว แต่ที่ยังอยู่ข้างๆ "นานา" ตอนนี้ อยู่ในฐานะพี่ชาย ฐานะเพื่อน ที่คอยซัพพอร์ต ตอนนี้ "นานา" หลังชนฝาแล้ว ก็คงอยากจะมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ในชีวิต
ก่อนหน้านี้ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือเรื่องที่ "นานา" ทำเลย ไม่เคยถูก "นานา" ชวนลงทุน หรือยืมเงินเลยสักครั้ง มารู้เรื่องพร้อมกับ "ดีเจดาด้า" และก่อนหน้านี้ตนเองทราบเพียงว่า "นานา" ทำธุรกิจร้านทำผม หรือธุรกิจต่างๆ เหมือนที่สื่อมวลชนทราบ
ตนเองเคยถาม "นานา" ว่าเอาเงินไปทำอะไร แต่เจ้าตัวก็บอกว่าเอาไปหมุนทำธุรกิจแล้วเกิดปัญหาตามที่ให้ข่าวกับสื่อมวลชนไป ซึ่งตนเองก็ไม่กล้าถามละลาบละล้วงอะไรมาก กลัวจะมีผลกระทบทางด้านจิตใจกัน
ทั้งนี้ "ดีเจบอย" ทิ้งท้ายไว้ว่า ทางคดีก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็หวังว่าในมุมเล็กๆ จะมีคนใจดีกับนานาบ้าง แอบลุ้นและให้กำลังใจนานา
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Nana Rybena
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เปิดประวัติ "นานา ไรบีนา" ตัวแม่วงการดารา-นางแบบ สู่บททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิต
ด่วน! ตำรวจ ปอศ.บุกจับ "นานา ไรบีนา" ที่บ้านพักย่านพระโขนง
นาทีจับ นานา ไรบีนา เผยพฤติการณ์ - ทนายสงสัยก่อนหน้าไม่รับมอบตัว