พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ยังได้เล่าถึงคำสั่งเสียของอดีตเจ้าอาวาสก่อนลาสิกขา ที่กล่าวกับรองเจ้าอาวาสว่า "หลวงพ่อครับผมได้พลาดไปแล้ว ขอไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและธรรมวินัย ขอนิมนต์หลวงพ่อดูแลวัดต่อด้วยนะครับ" และกล่าวกับตนเองให้ช่วยดูแลวัดต่อไป ซึ่งทำให้ตนเองร้องไห้ด้วยความผูกพันที่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านมานานหลายสิบปี และท่านเป็นผู้ส่งเสียให้ได้รับการศึกษา พระครูสุธีธรรมบัณฑิตเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส แต่คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้ให้แก่พระพุทธศาสนามีอีกมาก และท่านก็ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาสิกขาไปแล้ว ส่วนกระบวนการตรวจสอบ ท่านมั่นใจในระบบที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้
แจงเหตุสร้างพุทธะอุทยานที่ใช้เวลากว่า 15 ปี
ในประเด็นการก่อสร้างพุทธะอุทยานที่ใช้เวลากว่า 15 ปียังไม่แล้วเสร็จ พระครูสุธีธรรมบัณฑิตชี้แจงว่า อดีตเจ้าอาวาสในฐานะเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการก่อสร้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นสถานศึกษาสำหรับพระภิกษุและสามเณรในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมีผู้ใจบุญบริจาคที่ดินกว่า 300 ไร่ และมีการตั้งคณะกรรมการก่อสร้างทั้งฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง ปัญหาที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้ามาจากองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระปูนองค์ใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จและมีการโป๊สีทองปรากฏว่าสีร่วงออก จึงได้ลอกออกและทำการปิดทองคำแทน แต่ทองคำที่ปิดไปนั้นไม่สม่ำเสมอ จึงมีการลงมติแก้ไขใหม่เป็นครั้งที่สาม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในปัจจุบัน แต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ต้องใช้เวลาในการระดมทุน
ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างมณฑปเพื่อครอบองค์พระ เพื่อป้องกันแดดและฝน หลังจากมณฑปเสร็จสมบูรณ์ก็จะดำเนินการปิดทองพระให้เรียบร้อย พระครูสุธีธรรมบัณฑิตทิ้งท้ายว่า อยากให้สังคมมองเห็นคุณงามความดีที่อดีตเจ้าอาวาสได้สร้างไว้หลายอย่าง และอยากให้มีการนำเสนอในมุมที่ดีบ้าง นอกเหนือจากประเด็นเรื่องทุจริตเพียงอย่างเดียว
สำนักพุทธฯ ลงตรวจทรัพย์สิน - บัญชีวัดนครสวรรค์ หลังอดีตเจ้าอาวาสพัวพันข่าวฉาว
ต่อมา นายเอกราช เสมาทอง นักวิชาการศาสนาชำนาญการ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินและบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง หลังเกิดกระแสข่าวฉาวเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาส
นายเอกราช เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากพระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้ประสานมายังสำนักพุทธฯ เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยหลังอดีตเจ้าอาวาสลาสิกขา โดยวันนี้เน้นตรวจสอบทรัพย์สินและบัญชีวัตถุมงคล ที่อยู่ในความดูแลของอดีตเจ้าอาวาส เพื่อให้ผู้ดูแลคนใหม่สามารถบริหารงานต่อไปได้อย่างเรียบร้อย พร้อมให้กำลังใจพระรูปอื่นที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด
นายเอกราช ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้สำนักพุทธฯ ไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาส และเพิ่งทราบเรื่องจากสื่อมวลชน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ต้องตรวจสอบ ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากยังไม่ได้เห็นเอกสารและทรัพย์สินทั้งหมด จึงยังไม่สามารถชี้ได้ว่ามีข้อพิรุธหรือไม่
สำหรับวัดนครสวรรค์นั้น มีการรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อสำนักพุทธฯ เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยนายเอกราช กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นพฤติกรรมส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส หากสำนักพุทธฯ ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมพระสงฆ์อีกในอนาคต จะดำเนินการตามพระธรรมวินัย และหากเป็นเรื่องคดีความก็จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป
จากนั้นพระครูสุธีธรรมบัณฑิต ได้ออกมาชี้เเจงอีกครั้ง ย้ำถึงการก่อสร้างพุทธอุทยานนครสวรรค์ ถึงสาเหตุที่ล่าช้า อาทิ ประเด็น ขององค์พระพุทธรูปที่เคยสร้างเสร็จเเล้ว เเต่เกิดจากการหลุดร่อนของเเผ่นทองเหลือง เนื่องจากไม่มีประสบการก่อสร้าง ทำให้ ต้องมีการเปิดรับบริจาคใหม่ตั้งงบไว้ 14 ล้านบาท
หลวงปู่พัฒน์ เมตตาเป็นต้นบุญให้ในการสร้างวัตถุมงคล เเต่ต้องเเบ่งให้ตัวเเทนจำน่าย 20% เพราะมีต้นทุนในการบริหารจัดการ 80% นำมาปิดทองคำสามารถตรวจสอบได้ ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบทุกเรื่อง พร้อมจะประสานคณะกรรมการที่จะให้ข้อมูล ส่วนเงินบริจาคตั้งเเต่หลังจากมีการฟ้องร้องเเล้วชนะคดี ตั้งเเตปี 2560 ไม่สามารถเปิดเผยว่า มีเป็นจำนวนเท่าไหร่
อึ้ง "ทิดสฤษดิ์" นำเงินบริจาคเปย์ 2 สาว ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท
ขณะที่เเหล่งข่าวเปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2548 มีเงินบริจาค 384 ล้าน เเละเริ่มวางศิลาฤกษ์ปี 2556 มีรายงานว่า การรับบริจาคหลังจากนั้น ได้เงินมาราวๆ ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ที่ถูกนำไปปรนเปอสีกา ทั้ง 2 ราย