น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่าหนังสือดังกล่าวอ้างถึง คดีอาญาที่882/2568 ระหว่าง นางบุญครอง นิปวณิชย์ มารดาของตนผู้ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา กับนางอัญชลี ฯ กับพวก
ผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันทุจริต หรือโดยหลอกลวงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ ของ กก.4 บก.สอท 2 ที่นางบุญครอง มารดาได้กล่าวโทษร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่ม ร้ายที่กระทำความผิดฐานร่วมกันกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3
วามผิดอาญาที่เป็นมูลฐาน ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ เนื่องจากมารดาของตนเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดมูลฐานดังกล่าวและไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือชดใช้ค่าเสียหาย จากกลุ่มผู้ต้องหาที่ได้รับเงินผลประโยชน์จากผู้เสียหายซึ่งมีปรากฎหลักฐานชัดเจน เกี่ยวกับการทำธุรกรรมโดยได้มอบพยานหลักฐานให้แก่พนักงานสอบสวนครบถ้วนแล้วนั้น เป็นไปตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 49/1 และข้อเท็จจริงปรากฎหลักฐานเป็นที่
เชื่อถือได้ว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้วจำนวน 1 คน รวมทั้งกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอีกหลายคนได้รับเงินผลประโยชน์จากผู้เสียหาย ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานในการ ปฏิบัติ ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กำหนดให้หัวหน้าพนักงานสอบสวน
รีบรายงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามแบบที่ประกาศกำหนด เพื่อให้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมาคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหายโดยเร่งด่วนต่อไป