เบื้องต้นพยานมี 2 คน ให้การว่าเขารู้เห็นในเรื่องรายละเอียดที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันข้อเท็จจริงตามหนังสือทั้งหมด ทั้งเรื่องการทุจริต , การล็อกสเปก และการดำเนินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสัญญา ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ “คดีฮั้วประมูล” ม.10 ม.11 ม.12 และ ม.157 ตามประมวลกฎหมายอาญา
โดยจากข้อมูลเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวโทษ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1.ผู้บริหารขององค์กรอิสระ ไม่ระบุชื่อว่ามีใครบ้าง แต่เยอะพอสมควร
2.คณะกรรมการที่เกี่ยวกับการออกแบบ 3 คณะ , การก่อสร้าง 3 คณะ และการควบคุมงาน 4 คณะ รวม 10 คณะ
3.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารภาครัฐ 1 คณะ รวม 15 ท่าน
ทำให้เจ้าพนักงานของรัฐที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ 70 กว่าคน ซึ่งเราจะเร่งสรุปสำนวนให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ และจะส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ภายสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าในรายชื่อที่มีการกล่าวโทษ มีรายชื่อของ ผู้ว่าฯ สตง. คนปัจจุบันด้วยหรือไม่นั้น
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตอบว่า "เป็นชุดอดีต แต่จะมีชื่อผู้ว่าฯ สตง. คนปัจจุบันหรือไม่ ต้องรอให้ทาง ป.ป.ช. ไต่สวนก่อน รายละเอียดอยู่ในสำนวน เพราะนับตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน"
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของ สตง. ที่ถูกกล่าวโทษ ได้เข้ามาชี้แจงแล้วหรือไม่นั้น
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตอบว่า ”มีหนังสือชี้แจงไป เรื่องของหน่วยงาน และ เจ้าหน้าที่ให้เข้ามาให้การ โดยเฉพาะในเรื่องรายละเอียดของการดำเนินการ รวมไปถึงกระบวนต่างๆ ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้าง“
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังอธิบายพฤติการณ์ การฮั้ว และ หลักฐานที่พบในคดีนี้ คือ การดำเนินการควบคุมงานของบริษัท PKW ซึ่งในรายละเอียดตามหลักการคัดเลือกบริษัทแล้ว จะมีการพิจารณาอยู่ 3 หมวด รวม 100 คะแนน ได้แก่ วิธีการดำเนินการ 50 คะแนน , บุคลากร 40 คะแนน ประสบการณ์ 10 คะแนน
แต่ปรากฎว่าในส่วนของบุคลากร พบมีการปลอมลายมือชื่อ และ เอาชื่อบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีความสามารถเป็นไปตาม TOR มาดำเนินการในเรื่องของใบเสนอราคาในการคัดเลือก รวมไปถึงพบการปลอมเอกสารที่ทำให้คะแนนตัวเองโดดเด่น ถือว่าเป็นความผิด จึงมีการกล่าวหาดำเนินคดีกับบริษัท PKW รวมแล้ว 6 คน
ส่วนกรณีที่มีผู้กล่าวหา คือ ในเรื่องการจ้างช่วง แต่ทาง สตง. ยืนยันว่าบริษัท ก้าวพีเค ไม่ได้เป็นการจ้างช่วง และไม่มีรายชื่อ ทั้งหมดเป็นข้อมูลเอกสารประกอบให้ทาง ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ในเรื่องของการควบคุมงาน ส่วนนี้พบความผิดปกติในการคัดเลือกบริษัทควบคุมงานและวิธีการคัดเลือก ซึ่งปกติแล้วตามกฏหมายจะต้องมีหนังสือเชิญชวนไม่น้อยกว่า 3 ราย แต่ทาง สตง. เชิญไปทั้งหมด 19 ราย และใน 19 รายนี้ ปรากฎว่าไม่มีบริษัทผู้เชี่ยวชาญ แต่กลับพบว่าความผิดปกติของ 2 บริษัทที่เข้ามาร่วมกันภายหลัง และไม่ได้อยู่ในข้อเสนอ คือ บริษัท ว.และ สหายฯ และบริษัท PKW
โดยทางผู้ดำเนินการได้ทำเรื่องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ เสนอไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยข้อกฎหมายตาม ม.29 เพื่อให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎกระทรวง ทำให้มีการกล่าวหาว่า ”การยกเว้นเรื่องนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ 2 บริษัทนี้หรือไม่“
โดยจากหลักฐานเราพบว่า มีการยกเว้นจริง แต่เรื่องการดำเนินการหรือเรื่องเอื้อประโยชน์หรือไม่ เป็นเรื่องต้องไต่สวนของทาง ป.ป.ช. ไม่สามารถตอบได้ เพราะรายละเอียดอยู่ในสำนวน
วันนี้ ดีเอสไอ ยังได้เชิญกรมโยธาฯ เข้ามาดำเนินการในเรื่องของการคัดเอกสาร หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 เรามีเอกสารทั้งหมด 121 ลัง
ซึ่งเราจะพยามคัดข้อมูลที่เกี่ยวข้องในประเด็นตามคำกล่าวหาส่งไป แต่ส่วนในส่วนไหนที่ไม่เกี่ยว จะส่งคืนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมไปถึงหลักฐานบางอย่างที่จะต้องรอผล เช่น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก็จะส่งไปในภายหลังด้วย
ดูคลิป