จากการสอบถาม สิบโท พงษ์เทพ ยอมรับว่า ได้กระทำชำเรา น.ส.เอ จริง โดยอ้างว่าวันเกิดเหตุดื่มเหล้าขาวเมาหนัก จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบเห็น น.ส.เอ กำลังทำความสะอาดอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุคนเดียว ซึ่งเป็นบ้านของญาติ
จึงได้ลากเข้าห้องน้ำไป เพื่อหวังจะข่มขืนแต่ด้วยความเมาอวัยวะเพศจึงไม่แข็งตัว จึงใช้นิ้วและลิ้นแทน ไม่ได้ใช้อวัยวะเพศสอดใส่ของฝ่ายหญิงและไม่ได้สำเร็จความใคร
ไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงเป็นออทิสติก ที่ผ่านมาเคยเจอน้อง 2 ครั้ง ก็เห็นพูดพูดปกติจึงไม่รู้ว่าพิการ พอก่อเหตุเสร็จก็นอนในแคร่ข้างบ้านหลังเกิดเหตุ พอสร่างก็กลับบ้านแล้วไปบอกภรรยา ว่าทำอะไรจนเกิดมีปากเสียงกัน จากนั้นก็ขับรถยนต์ไปตั้งหลักที่บ้านญาติ
กระทั่งทราบว่าญาติฝ่ายหญิงพาเข้าแจ้งความ วันนี้จึงได้เดินทางมามอบตัว ก็ยอมรับผิดในสิ่งที่กระทำและยอมรับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ก็ขอโทษฝ่ายหญิงและครอบครัวด้วยกับสิ่งที่กระทำลงไป
ด้าน น.ส.เล็ก อดีต ภรรยาของ สิบโท พงษ์เทพ ผู้ก่อเหตุ บอกว่า พอรู้ว่าสามีก่อเหตุกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นออทิสติก ก็ตกใจและรับไม่ได้ ไม่คิดว่าสามีจะทำแบบนี้ที่ผ่านมาสามีก็มีพฤติกรรมดื่มเหล้าเมา และมีผู้หญิงหลายคน จึงได้เลิกรากันไปแล้ว แต่สามีขอกลับมาอยู่ด้วยบอกว่าไม่มีที่ไป ตนจึงใจอ่อนยอมให้มาอยู่ด้วย แต่กลับมาก่อเหตุแบบนี้ ยืนยันว่าจะไม่ประกันตัวปล่อยให้รับโทษตามกฎหมาย
น.ส.นันทนา อายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า เห็นน้องว่างอยู่บ้านและอยากทำงานจึงจ้างให้มาทำความสะอาดบ้าน ช่วงนั้นไม่มีใครอยู่ด้วยแต่ไม่คิดว่า สิบโทพงษ์เทพ จะทำได้เพราะสภาพน้องมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าน้องป่วยเป็นออทิสติก แต่ สิบโท พงษ์เทพ ก็ลงมือกับเหยื่อสาว
ผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.เอ (ผู้เสียหาย) ถึงกรณีที่ สิบโท พงษ์เทพ กล่าวอ้างว่า ไปให้ท่าเขาหรือไม่
น.ส.เอ ยืนยันว่า ถูกลากไปห้องน้ำแล้วถูกลงมือข่มขืนทันที โดยที่ตนไม่มีทางต่อสู้
หลังจากนั้นทหาร ได้ออกมานอนหลับอยู่หน้าห้องน้ำ ตนจึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ยอมรับว่าเสียใจเพราะในชีวิตที่เกิดมายังไม่มีใครทำแบบนี้กับตน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา “ข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทําให้ผู้อื่นนั้น เข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,0000-400,000 บาท