ภรรยาผู้สูญหาย ใต้ซากตึกถล่ม เผยคุยสายสุดท้าย - ลูกสาวฝันเป็นลาง
30 มี.ค. 2568

ญาติผู้สูญหายใต้ซากตึกถล่ม 2 ครอบครัว เผยทั้งคู่เป็นเสาหลัก ภรรยาเปิดใจได้คุยสายสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ 1 ชม. ขณะที่ลูกสาวฝันเป็นลาง
ข่าว
30 มี.ค. 2568

ญาติผู้สูญหายใต้ซากตึกถล่ม 2 ครอบครัว เผยทั้งคู่เป็นเสาหลัก ภรรยาเปิดใจได้คุยสายสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ 1 ชม. ขณะที่ลูกสาวฝันเป็นลาง
30 มีนาคม 2568 จากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศพม่า ส่งให้ภาคเหนือและภาคกลาง ของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะอาคารสูง โดยเฉพาะเหตุตึกถล่ม ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ย่านจตุจักร มีคนงานเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้สูญหายจำนวนมาก เมื่อบ่ายวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุด ที่บ้านหนองแคน ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งในคนงานที่สูญหายอยู่ภายในซากตึก สตง.ถล่ม ได้พบกับ น.ส.ลภัสรดา อายุ 48 ปี ภรรยาของ นายสุขสวัสดิ์ หรือ บัต คนงานที่สูญหาย กำลังจุดธูป เทียน บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม่ธรณี ให้ช่วยบอกให้ นายสุขสวัสดิ์ กลับบ้านได้แล้ว มาให้เจ้าหน้าที่ได้เห็น ให้เจอ และนำออกจากซากตึกได้เร็วๆด้วย จะออกมายังไง สภาพไหนก็ได้รับได้
น.ส.ลภัสรดา เล่าเปิดใจว่า สามีทำงานที่ตึกแห่งนี้ได้ประมาณ 2 เดือน เป็นช่างไฟ วันเกิดเหตุประมาณเที่ยง พักกลางวัน สามีโทรศัพท์มาหา ถามถึงอาการป่วยของตน ว่าหายดีหรือยัง กินยาหรือยัง กินข้าวหรือยัง ตนตอบไปว่ากินแล้ว ตอนนี้กำลังจะนอน อยากพักผ่อน สามีของตนจึงบอกว่ากำลังจะขึ้นไปทำงานที่ชั้น 20 ก่อนวางสายไป จากนั้นเวลา 14.00 น. ตนจึงทราบข่าว มีผู้รับเหมาโทรศัพท์มาบอกว่า ตึกที่สามีของตนขึ้นไปทำงานถล่มลงมา ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย หลังเกิดเหตุพยายามโทรศัพท์ติดต่อสามี ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และพยายามตามข่าวตลอด
สามีของตน เป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเขาเป็นอะไรไป ตนก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายในครอบครัว 100% ได้มาจากสามีทั้งหมด และตอนนี้สามีตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคเก๊าท์ ต้องกินยาและน้ำอยู่ตลอด โดยเฉพาะน้ำดื่มถ้าขาดน้ำนานๆ จะเหนื่อย ตัวซีดเหลือง ตอนนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ ทำยังไงก็ได้ช่วยหาสามีของตนที จะหาเจอในสภาพไหน ตนก็รับได้
ทั้งนี้ ตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นลูกสาว อายุ 18 ปี คนเล็ก อายุ 8 ขวบ คืนก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวฝันเป็นลาง ว่า พ่อของเขา กับย่า ที่เสียชีวิตไปแล้ว เดินเข้ามาในบ้าน แต่ย่าไม่สามารถเข้ามาในบ้านได้ ตนเลยบอกว่าย่า เข้าบ้านไม่ได้เพราะเสียชีวิตไปแล้ว และไม่เคยมาอยู่บ้านเรา ผีบ้าน ผีเรือน ไม่ให้เข้าบ้าน และในตอนเย็นหลังเกิดเหตุตึกถล่ม ลูกสาวกำลังนอนอยู่ในบ้านคนเดียว จู่ๆก็เหมือนจะได้กลิ่นรองเท้า คล้ายกลิ่นของสามีตน จึงรู้สึกใจคอไม่ดี เหมือนความฝัน และความรู้สึกนี้เป็นลางร้าย
ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ในบ้านหนองแคน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นบ้านของ นายวรากร หรือ น้องกร อายุ 25 ปี คนงานที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารถล่ม ได้พบ นางบุญธรรม อายุ 66 ปี แม่ของน้องกร กล่าวว่า มีลูกทั้งหมด 3 คน เป็นผู้หญิง 2 ผู้ชาย 1 คน น้องกร เป็นลูกชายคนที่ 3 ก่อนหน้านี้ลูกชายตนเป็นทหารและปลดประจำการ และไปทำงานเป็นช่างไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ ตรงจุดเกิดเหตุตึกถล่ม
โดยปกติลูกชายตนทำงานหาเงินเป็นเสาหลักจุนเจือครอบครัว พอมาช่วงหลังๆเงินเดือนออกไม่ตรงเดือน ทำให้ลูกชายต้องโทรมาขอเงินตน ครั้งละ 300-500 บาท เพื่อนำไปใช้ก่อนเงินออก และล่าสุดเมื่อ 3 วัน ก่อนจะเกิดเหตุลูกชายเพิ่งโทรมาขอเงินตน และตนก็ได้โอนไปให้
มาทราบข่าวลูกชายจากผู้รับเหมาว่า ลูกตนติดอยู่ในซากตึกที่ถล่ม พยายามติดต่อลูก แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนถึงวันนี้ เมื่อวานไปดูหมอดูมา หมอดูบอกว่าลูกตนเจ็บหนักมีแขนหัก ตอนนี้ได้แต่ตั้งความหวัง และรอลุ้นให้ลูกชายมีชีวิตรอดกลับมา อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งค้นหาลูกชายโดยเร็ว
ข่าวล่าสุด