เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

03 มี.ค. 2568

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทยที่ถูกส่งกลับจากปอยเปย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ" มีล่ามจีนฮ่อ รับคำสั่งบอสจีน ถ่ายทอดให้คนไทยที่ทำหน้าที่ "คอลเซ็นเตอร์" หลอกคน


3 มีนาคม 2568 ทีมข่าวเนชั่นทีวี ตรวจสอบความคืบหน้า กรณีการซักถามปากคำ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกระบวนการคัดกรอง 119 คนไทย ที่ถูกส่งกลับมาจากปอยเปย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา และเข้าสู่กลไก NRM ของไทย 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"
 

 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

 

 

โดยมี รายงานข่าว ระบุว่า กระบวนการคัดกรองของไทยครั้งนี้ ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย เพื่อมาซักถามปากคำโดยละเอียด เนื่องจากต้องการแยกให้ชัดเจนว่าเป็น "เหยื่อจริง หรือ เป็นผู้ร่วมขบวนการ" เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ร่วมขบวนการ แปลงร่าง เป็นเหยื่อเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด

 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

และจากการซักถามปากคำ ผู้หญิง ที่เป็นเยาวชน อายุ 17 ปี รายหนึ่ง ให้การว่า เธอเดินทางไปเพื่อตั้งใจทำเว็บพนัน แต่พอไปถึงหน้างานกลับถูกให้ไปเป็นคอลเซ็นเตอร์ โดยเธอข้ามแดนไปทางช่องทางธรรมชาติ ช่วงก่อนถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอรัญประเทศ พอข้ามไปแล้ว ก็มีคนมารับ 1 คน จากนั้นคนที่มารับ ก็พาเธอไปส่งที่ตึกทำงาน แล้วก็มีการจ่ายค่าข้ามแดนให้ เป็นเงิน 3,000 บาท แล้วก็พาเธอเข้าไปในตึกที่พัก คนที่มารับก็หาห้องให้พัก แล้วก็เอาที่นอนมาให้ ซึ่งตึกที่เธอนอนเป็นเหมือนห้องเช่าติดๆกัน มีชั้นเดียว ซึ่งคนที่พาเธอมาทำงาน ให้พักก่อน 1 วัน เช้าวันต่อมาจึงให้ไปนั่งดูงาน ก่อนค่อยเริ่มทำงานจริง


   
เยาวชนรายนี้ บอกว่า เธอจะได้ค่าจ้าง เดือนละไม่เกิน 23,000 บาท แต่เธอยังไม่ทันได้เงิน เพราะทำงานมายังไม่ถึงเดือน ทำงานมาได้แค่ 2 สัปดาห์ ก็มาถูกกัมพูชาจับกุมก่อน และที่ผ่านมา ไม่ได้คิดหนี เพราะไม่มีตังสักบาท เลยต้องทำงาน และในออฟฟิศที่ทำงานของเธอ จะมีคนไทย  ไม่เกิน 20 คน โดยส่วนที่เธอทำงาน คือ ให้หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แล้วโทรไปหลอกคนอื่น โดยเธอยืนยันว่า อยู่ฝั่งปอยเปต เธอสามารถใช้โทรศัพท์ได้ปกติทุกอย่าง

 

 

ขณะที่ การซักถามปากคำ ผู้ชายอีกหนึ่งราย ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่่ผ่านมา เขาให้การว่า ตัวเขาทำหน้าที่หลอกเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า โดยจะเป็นสาย 1 ที่จะคอยโทรเข้าไปหลอกประชาชนว่า มีการชำรุดของตัวมิเตอร์ไฟฟ้า แต่จะมีช่างไปเปลี่ยนโดยให้ไม่เสียเงิน จากนั้นก็จะโอนสายไปสาย 2 ซึ่งหลอกว่าเป็นช่างไฟฟ้า แล้วสาย 2 จะบอกว่า มะกี้มีเจ้าหน้าที่โทรไปใช่มั้ย เดี๋ยวช่างจะเข้าไปเปลี่ยนให้ลูกค้าอยู่บ้านมั้ย แล้วให้มีการแจ้งเบิกหม้อมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งในสาย 2 ที่เป็นช่างจะอ้างว่า ถ้าลูกค้าถ้าไม่สะดวกไปเอามิเตอร์ ช่างจะไปเอาให้ ซึ่งในสายที่ 1 กับสายที่ 2 จะยังไม่เกี่ยวข้องกับการเสียงเงิน ยังไม่ได้เก็บเงินใดๆ 

จากนั้นก็จะต่อไปยังสาย 3 ซึ่งในสายที่ 3 จะเป็นการหลอกล่อเกี่ยวกับการเงินประกันหม้อมิเตอร์ ซึ่งสาย 3 จะมีวิธีการพูดเพื่อหลอกคน โดยมีกลยุทธ์ พูดให้เชื่อใจในการหลอกเงิน ซึ่งการจะหลอกให้โอนเงินของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน แล้วแต่บุคคลปลายทาง ว่า มีเงินแค่ไหน

โดยการหลอกเอาเงินนี้จะให้สแกนแอพพลิเคชั่นที่เป็นตัวดูดเงิน โดยส่งลิงค์ไปให้ไม่ได้ให้โหลดจากแอพพลิเคชั่นในเพลสโตร์ หรือ แอปสโตร์ ซึ่งพวกแอปที่ให้สแกน บอสคนจีน จะเป็นคนหามา

 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

 


รายงานข่าวยังระบุอีกว่า จากการซักถามปากคำบางส่วนใน 119 คนไทยโดยเฉพาะบุคคสที่มีเคสไอดีอยู่ในระบบ ไทยโพลิสออนไลน์ 10 คน และบุคคลที่มีหมายจับเก่า 7คน ซึ่งถือเป็น "ตัวจี๊ด" ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ 

 

 

ไม่ได้ถูกบังคับ 

 

โดยทั้งหมด "ไม่ได้ถูกบังคับ แต่เป็นการหางานในโซเชียล แล้วชวนกันไปทำงาน" ข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และเข้าไปเป็นแอดมินในออฟฟิศ ฝั่งปอยเปต 

 

 

ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ใน 119 คนไทยที่ถูกส่งกลับมา คนที่ใส่เสื้อเขียว ถูกจับ 22 ก.พ. ทำงานอยู่ในตึก 3 ชั้น และคนที่ใส่เสื้อฟ้า ถูกจับ 23 ก.พ. จับที่ตึกเคทู ชั้น 9 ในปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย 


   
ซึ่งลักษณะของตึก 3 ชั้น จากข้อมูล พบว่า จะมีการแบ่งซอยเป็นห้อง แต่ละห้องจะถือเป็น 1 ออฟฟิศ ซึ่งมีมากกว่า 20 ออฟฟิศ แต่ละออฟฟิศ ก็จะมีการหลอกลวงแต่ละประเภท เช่น

 

-หลอกเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ
-หลอกลงทุน
-หลอกฟิวแฟน โรแมนซ์สแกม
-ทำเว็บพนัน
-หลอกเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า
-หลอกเป็น กรมบัญชีกลาง
-หลอกขายสินค้า

 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

 

 

โดยทั้งหมด จะมีล่าม ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ราบสูง ที่พูดภาษาจีนได้ หรือจีนฮ่อ เป็นคนรับคำสั่งจากบอสชาวจริง แล้วมาถ่ายทอดคำสั่งให้กับพนักงานคนไทย 

 

ส่วนรายได้ ล่ามจะมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องไปโทรหลอกใคร ทำหน้าที่เป็นล่าม คอยดูแลเรื่องสื่อสารกับคนไทยอย่างเดียว 

ส่วนคนไทยที่เป็นทำงานคอลเซ็นเตอร์ จะมีรายได้ประมาณ 20,000บาท และมีค่าคอมมิชชั่น จากการหลอกเงินสำเร็จ 5% 

ทั้งหมดไม่พบการถูกทำร้ายร่างกาย และทุกคนขยันทำงาน และหากใครทำผิดหรือทำงานไม่ได้ บทลงโทษจะเป็นการ ให้คัดสคริป ที่ใช้ในการหลอกลวง ขั้นต่ำจำนวน 10 จบเท่านั้น 

 

 

เปิดเบื้องลึก 119 คนไทย เป็น "เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ"

 

 


และส่วนใหญ่ใครทำอยู่ออฟฟิศไหน หลอกเรื่องไหนอยู่แล้ว จะไม่ค่อยย้ายออฟฟฟิศ 

 

ส่วนคนที่ย้ายออฟฟฟิศ เพื่อเปลี่ยนหน้าที่หลอกลวง มักจะมาจากทำยอดได้ไม่ดี

 

ทั้งนี้ตำรวจมั่นใจว่า การซักถามปากคำจะทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าใครทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์บ้าง เพราะส่วนใหญ่ถูกจับมาจากตึกที่ทำงานเดียวกัน ก็จะรู้ว่า มีใครที่ทำงานอยู่ด้วยกันบ้าง