จากการขยายผลพบความเชื่อมโยงว่าขบวนการดังกล่าวมี นางสาวเรวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี หรือ เจ๊เล็ก มีตำแหน่งเป็น อดีตรองนายกเทศมนตรี ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนมาใช้ปฎิบัติการ และได้ผลประโยชน์จากการเช่าอาศัย
จากการสืบสวนพบว่า นางสาวอาทิตยา ผู้ต้องหาหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ได้หลบหนีจากพื้นที่ตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มาพร้อมกับสามีซึ่งเป็นชาวจีน โดยได้มาเช่าอาคารพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน พร้อมลูกน้องชาวไทยอีกบางส่วน
จากการสืบสวน เชื่อว่านางสาวเรวดี ซึ่งเป็นมารดาของนางสาวอาทิตยา และเคยดำรงตำแหน่ง อดีตรองนายกเทศมนตรี พร้อมนายหลิน กันหยาง สามีซึ่งเป็นชาวจีน และถูกศาลอนุมัติหมายจับในความผิดเกี่ยวกัยคดีคอลเซนเตอร์ทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวนตรวจสอบทราบว่านางสาวอาทิตยา ผู้ต้องหาตามหมายจับมาบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปดักชุ่มอยู่บริเวณหน้าบ้าน
กระทั่งนางสาวอาทิตยา ผู้ต้องหาตามหมายลงรถมาจับยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงหมายจับเข้าจับกุมตัว พร้อมโทรศัพท์มือถือ
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบมือถือพบว่า มีการพูดคุยกับ นางเรวดี หรือเจ๊เล็ก ผ่านทาง ไลน์ ไม่มีเบอร์โทรติดต่อของ นางเรวดี หรือเจ๊เล็ก ในมือถือ ซึ่งหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมตัว
อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ เพื่อมอบตัวต่อสู้คดี และจะเฝ้าติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีทั้งหมดมาดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ,ร่วมกันเป็นซ่องโจร และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป