กรณีของ “ทนายประมาณ” นั้น ขณะนี้ตนหมดความนับถือแล้ว และไม่ขอเรียกว่าอาจารย์อีกต่อไป ขอเรียกว่า “ประมาณ” และเจอหน้าจะไม่ขอยกมือไหว้ใดใดทั้งสิ้น มองว่าการกระทำของประมาณ ไม่สมควรเป็นทนายความ อีกทั้งจะไปร้องเรียนมรรยาททนายที่สภาทนายความ ให้ตรวจสอบดำเนินการถอดถอนความเป็นทนายความ
“ผมคิดว่าเรื่องนี้สิ้นสุดด้วยความเจ็บปวด ดีกว่าเจ็บปวดโดยไม่มีวันสิ้นสุด ในความเป็นพี่เป็นน้องเป็นคนรู้จักใกล้ชิด ไม่ถึงกับสนิทสนมกับอาจารย์ประมาณที่ตนเคยเคารพ ในวันนี้ผมไม่ตำหนิที่ท่านรับงานโดยไม่เลือกแบบนี้ก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านปกป้องลูกความก็เป็นเรื่องของท่าน แต่วิธีการสื่อสารเป็นการย่ำยีของคนที่เคยรู้จักกันมาก่อนมากเกินไป ท่านประเมินดูเอาเองแล้วกันจากข้อมูลที่ผมมี อย่าสักแต่ว่ารับงานไปก่อน ให้ดูเหตุและผลว่ามีคนได้รับผลกระทบ ผมรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่เคยรู้จักกันมา
“หลังจากนี้ทั้งฟิล์มทั้งประมาณ อย่าหวังเลยว่าผมจะขอโทษพวกคุณ อย่าหวังเลยว่าผมจะกลับไปดีกับพวกคุณ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มาวัดกันดูดีกว่าว่า ใครจะติดคุกก่อนกัน"