เอาให้ชัด “ผบ.ตร.” สั่งแจกจ่ายระเบียบทุก กม.ที่เกี่ยวข้องให้ ตร.จับกุมต้นเหตุ PM2.5
29 ม.ค. 2568 | titayu_pur

จะจับทั้งทีเอาให้ชัด “ผบ.ตร.” สั่งแจกจ่ายกฎระเบียบทุก กม.ที่เกี่ยวข้อง ให้ ตร.จับกุมต้นเหตุ PM2.5 เน้น “รถควันดำ-เผาพืชไร่”
ข่าว
29 ม.ค. 2568 | titayu_pur

จะจับทั้งทีเอาให้ชัด “ผบ.ตร.” สั่งแจกจ่ายกฎระเบียบทุก กม.ที่เกี่ยวข้อง ให้ ตร.จับกุมต้นเหตุ PM2.5 เน้น “รถควันดำ-เผาพืชไร่”
29 มกราคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่1 / 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเกี่ยวกับเรื่อง ฝุ่น pm2.5 ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกัน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน
โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมุ่งเน้นในการตรวจสอบควันรถ การเผาพืชไร่ทางการเกษตร โดยฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำกฎหมาย โดยอ้างอิงจาก พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง แจกจ่ายไปทุกกองบัญชาการ เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานของตำรวจอย่างชัดเจน ซึ่งหากเจอผู้ที่ทำการเผา ก็สามารถแจ้งตำรวจจับดำเนินคดีได้ทันที
ส่วนกรณี นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและประธานกรรมการในคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงถึงกรณีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่อนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมชาวอุยกูร์ ในสถานกักขัง หลังมีรายงานว่า มีชาวอุยกูร์กำลังอดอาหารประท้วง และความเป็นอยู่ที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า รายละเอียดความเป็นอยู่และการอนุญาต ให้เข้าไปในสถานกักขัง เป็นเรื่องของผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่จะเป็นผู้พิจารณาและจะให้คำตอบเรื่องรายละเอียดทั้งหมดได้
แต่ส่วนตัวได้รับทราบข้อมูลมาว่า ทางสถานกักขังได้มีการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อดูแลผู้ต้องกัก ทำเรื่องอาหาร และเครื่องออกกำลังกาย โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดูแลเป็นอย่างดี ไม่เคยถูกสะท้อนปัญหามาที่เกิดขึ้น
ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบถึงปัญหาดังกล่าว แต่ตามหลักการสำนักตรวจคนเข้าเมือง ต้องกระทำตามหลักกฎหมาย และตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้กำชับมาโดยตลอด สำหรับการส่งชาวอุยกูร์ กลับประเทศนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้รับการประสานในส่วนนี้
ส่วนจะต้องมีการกำชับไปยัง สตม. ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กรณีที่ต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง ส่วนการกักตัวคุมขังเป็นเรื่องที่ สตม. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และการที่เราจะต้องดูแลผู้ต้องขัง ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน พร้อมย้ำว่า มีการกำชับตลอด
สำหรับกรณี การส่งเวชระเบียน ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ให้กับ ป.ป.ช.ตรวจสอบนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทางนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ทำตามข้อกฎหมายและระเบียงที่เกี่ยวข้องกับเคร่งครัด ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในขณะนี้