รับร่างหญิงกระโดดตึก รพ. กลับบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เผยห่วงจิตใจหลาน 4 คน
28 ม.ค. 2568 | prisana_tha

พี่ชายรับร่างหญิงกระโดดตึกโรงพยาบาลปทุมธานี กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน จ.เพชรบูรณ์ เผยห่วงจิตใจหลานๆ 4 คน
ข่าว
28 ม.ค. 2568 | prisana_tha

พี่ชายรับร่างหญิงกระโดดตึกโรงพยาบาลปทุมธานี กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน จ.เพชรบูรณ์ เผยห่วงจิตใจหลานๆ 4 คน
28 มกราคม 2568 จากเหตุ น.ส.สายสุนีย์ อายุ 31 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ รปภ. มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่เพิ่งคลอดลูกแฝด กระโดดตึก ชั้น 18 โรงพยาบาลปทุมธานี เสียชีวิต คาดสาเหตุมาจากความเครียดที่ไม่มีคนดูแลลูก เนื่องจากเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้มีลูกที่ต้องดูแลอยู่แล้ว 2 คน กระทั่งมาคลอดลูกสาวฝาแฝด เหตุเกิดเมื่อช่วงสายวันที่ 27 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม(ถนนซ่อมสร้าง) ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เวลา 13.00 น. พี่ชายและญาติๆ เดินทางมารับศพ น.ส.สายสุนีย์ ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ โดยทางญาติไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไรบอกแต่เพียงว่ากลัวกระทบจิตใจหลานๆ ซึ่งเป็นลูกของผู้เสียชีวิต รวม 4 คน
ขณะที่ เย็นวานนี้(27 ม.ค.2568) รพ.ปทุมธานี ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต อายุ 31 ปี ซึ่งเสียชีวิต จากเหตุการณ์พลัดตกจากอาคาร ศูนย์การแพทย์ 18 ชั้น ในช่วงเช้าของวันนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นมารดาของทารกแฝด ที่คลอดก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยทารก หลังจากผู้เสียชีวิต ได้รับการอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2568 เธอได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบุตรที่โรงพยาบาล และพักอยู่กับญาติ
ในเช้าวันนี้ (27 ม.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น. มีผู้พบร่างของผู้เสียชีวิต ที่บริเวณระเบียงชั้น 2 ของอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวช ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิต ทางโรงพยาบาลปทุมธานี ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ในการสืบสวนอย่างเต็มที่
“โรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุในกรณีแบบนี้ขึ้นอีก โดยเบื้องต้นระหว่างรอผลการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงโรงพยาบาลปทุมธานี ได้ทำการทบทวนมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดของโรงพยาบาล และจะนำผลจากการทบทวนมาดำเนินการในทันที”