โดย อ.อ๊อด กล่าวว่า ที่มาที่ไปของคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2565 ช่วงที่ตนมีเรื่องไม่เข้าใจกับ หนุ่มกรรชัย จนมีการฟ้องร้องกันก่อนจะมาปรับความเข้าใจกันในตอนหลัง โดยตอนนั้นทางหนุ่มกรรชัย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า "มีปัญหากับอาจารย์คนหนึ่งวันนี้ศาลรับฟ้องแล้ว"
เพื่อรายงานให้บรรดาแฟนคลับทราบ พอเข้าวันต่อมาตนจึงโพสต์ข้อความในเชิงตอบโต้ว่า "สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร"
คล้อยหลังวันต่อมาอยู่ๆทาง ทนายเดชา ก็ได้ไลฟ์สดพูดถึงเรื่องตนกับหนุ่มกรรชัย ซึ่งในไลฟ์ดังกล่าวมีการพูดพาดพิงด้วยถ้อยคำรุนแรง อย่าง "อาจารย์อัปปรีย์จัญไร" ทำให้เราได้รับความเสียหาย ตนจึงตัดสินใจฟ้องเป็นคดีอาญา
โดยก่อนที่จะฟ้องคดีดังกล่าว ตนถูกทนายเดชาฟ้องมาก่อนแล้ว 4 คดี แบ่งเป็นศาลมีนบุรี 2 คดี ศาลแขวงดอนเมือง 2 คดี ตอนนั้นยอมรับว่ากลัวเพราะไม่เก่งเรื่องกฎหมาย จึงนำเรื่องติดต่อไปปรึกษา นาย ส. เพื่อให้ช่วยประสานไกล่เกลี่ยให้ แต่กลับถูกแอบบันทึกเสียงแล้วนำไปเผยแพร่ตามเพจอวตาร ว่ามีคนจะขอเคลียร์
จากนั้นทนายเดชา ก็โพสต์ข้อความทำนองว่า อาจารย์คนหนึ่งกำลังเครียดจนเอาเท้าก่ายหน้าผาก แต่ภายหลังต่อมาปรากฎว่าทั้ง 4 คดีที่เขาฟ้องมานั้น เราชนะหมด และในวันนี้เป็นวันนัดฟังคดีแรกที่ตนฟ้องเขา จึงอยากให้เขารับรู้ความรู้สึกแบบตนบ้าง
ยอมรับว่าเมื่อเช้าไม่มั่นใจว่าจะชนะคดีหรือไม่ รวมถึงกลัวใจตนเองว่าหากแพ้คดีจะทำใจได้ไหม ประกอบกับกลัวความยียวนกวนชวนโมโหของทนายเดชา จึงทำให้ไม่กล้าขึ้นไปฟัง
ก่อนที่ตอนหลังทีมงานหรือลูกศิษย์จะแจ้งมาว่า ศาลพิเคราะห์แล้วให้จำคุกทนายเดชา 1 ปี ปรับเงิน 1 แสนบาท แต่โทษจำคุกเป็นรอลงอาญา ซึ่งในส่วนของกรณีรอลงอาญาโทษจำคุก
หลังจากนี้เราจะทำเรื่องยื่นอุทธรณ์ขอให้พิจารณาไม่รอลงอาญา เพราะเขามักพูดเสมอว่าเป็นทนายระดับแนวหน้าของประเทศ จึงไม่ควรรอลงอาญา
และในวันที่ 30 ม.ค.นี้ ทางสภาทนายความ ก็จะมีการนัดไต่สวนครั้งแรก เรื่องที่ตนเคยยื่นขอร้องมรรยาททนายความ เพื่อถอดถอนเขาออกจากวิชาชีพทนายความตลอดชีวิต
ส่วนเรื่องที่เขาโต้กลับว่าไม่ได้ร้องไห้ และจะดำเนินคดีกลับนั้น
อ.อ๊อด ยืนยันว่า ข้อมูลที่ตนได้รับรายงานจากลูกศิษย์ เห็นเขายืนสงบนิ่งน้ำตาไหล ไม่ถึงขั้นฟูมฟาย ส่วนเรื่องถูกใส่กุญแจมือ ตนเข้าใจว่า ตามระเบียบศาลต้องมีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ ใส่กุญแจมือ เราเข้าใจโดยสุจริตว่าตามระเบียบศาลต้องเป็นอย่างนี้ จึงไม่ได้กังวล
ช่วงที่ตนถูกทนายเดชาฟ้อง 4 คดี เคยติดต่อเพื่อจะขอไกล่เกลี่ยกับทนายเดชา แต่ถูกนาย ส. หักหลังอัดเสียงไปเผยแพร่เยาะเย้ย ยอมรับว่าเจ็บปวด เพราะเขาเป็นคนที่เก่ง เราแสดงเจตจำนงว่าไม่อยากมีเรื่อง กระทั่งมีอดีตผู้พิพากษามาให้คำแนะนำ
จึงเปลี่ยนความกลัวมาเป็นมุมานะอ่านหนังสือศึกษาข้อกฎหมายสู้คดีจนสามารถชนะคดีได้ทั้ง 4 คดี ก่อนนำมาสู่การฟ้องกลับ พร้อมยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ทนายเดชา เคยมาขอเคลียร์ แต่ตนไม่ยอมแล้ว เพราะในเมื่อตนต้องมารอฟังคำพิพากษา ดังนั้นคุณก็ต้องมารอฟังคำพิพากษาแบบตนในวันนั้นบ้าง
ที่ผ่านมา ตนถูกร้องเรียนสาธารณสุข สรรพากร หน่วยงานต่างๆสารพัดโดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้อง แต่รู้ว่าเป็นกลุ่มคนที่เคยมีปัญหากัน และก่อนหน้านี้มีคดีถูกฟ้องร้อง 44 คดี เฉพาะคดีฟ้องร้องกับทนายเดชาและพวก มี 13 คดี
วันนี้ทุกคดีที่ฟ้องตนมา ชนะหมดแล้ว อย่างไรก็ตามหากถามว่าถ้าตอนนี้ทนายเดชาอยากจะมาเคลียร์ ก็มาคุยกันได้ แต่ในส่วนของคดีร้องมรรยาททนายนั้น คงต้องเดินต่อไป
ส่วนคำพิพากษาวันนี้แม้จะเป็นชั้นต้น แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าถึงแม้ในช่วงที่เขาไลฟ์สดจะไม่มีการระบุขื่อว่าพาดพิงถึงใคร แต่บ่งชี้ได้ว่าหมายถึงตนจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงมีการร้องมรรยาททนายความกับทนายเดชา
อ.อ๊อด ตอบว่า เป็นเรื่องมาจากการที่ทนายเดชา เคยไลฟ์สด หรือ ให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่า
ตนโกงเงินนักธุรกิจกัญชา 150 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง เรื่องดังกล่าวทางคู่กรณีก็ได้ถอนคดีไปหมดแล้ว และจากการที่เขากล่าวหานี้เองส่งผลกระทบต่องานของตน จนต้องถูกปลดจากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนเกือบทุกแห่ง เราเสียหายไปหมด
ตอนนั้นยอมรับว่าโมโหจริง ทะเลาะกับทุกคน รวมไปถึงหนุ่มกรรชัย ก่อนจะมาปรับความเข้าใจคืนดีกันภายหลัง คงเหลือแต่ทนายเดชา ที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน
สำหรับคดีมรรยาท ตนยื่นเรื่องตรวจสอบ 2 ชุด ถ้าหากสภาทนายมีความเห็นพ้องก็สามารถถอดได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เป็นกังวลไหมหากทนายเดชา จะฟ้องกลับ
อ.อ๊อด ยืนยันว่า ไม่กังวล แต่ก็อยากให้มาคุยกันมากกว่า ไม่อยากให้ฟ้องร้องกันไปมา ไม่อย่างนั้นก็จะไม่จบไม่สิ้น ไม่มีจุดจบ อยากให้ลดอีโก้ลง แต่ถ้ายืนยันจะฟ้องเราก็คงต้องสู้