เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้มีการนำเอาภาพข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อทีวีโทรทัศน์มามอบให้พนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจรอให้ทางดีเอสไอทำการถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของบุคคลดังกล่าวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีใครบ้าง วันนี้จึงถือว่าเป็นการให้ถ้อยคำเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งทางตำรวจจะยังไม่มีการเรียก “นายเอกภพ” เข้าให้ปากคำแต่อย่างใด
และภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวนประมาณ 30 นาที ทางตัวแทนดีเอสไอ ได้เดินทางออกทางประตูด้านหลัง สน.ไป และกลับอีกครั้ง พร้อมระบุเพียงสั้น ๆ ว่า ตนเองกลับมาส่งหลักฐานเพิ่มให้พนักงานสอบสวน ส่วนในรายละเอียดขอให้ทางโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้ให้ในรายละเอียด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกภพ และพวก ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญให้เจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ เข้าให้การเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว ตามที่มีการร้องทุกข์ไว้
ส่วนการให้ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ตามกฏหมายแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ตั้งคำถาม เพื่อพิสูจน์องค์ประกอบของการกระทำความผิด ว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไม่ และมีพยานหลักฐานอะไรที่จะมาสนับสนุนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งส่วนใหญ่พนักงานสอบสวน จะมีการตั้งประเด็นคำถามเปิด เพื่อให้ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้อธิบายชี้แจง
นอกจากนี้ ทางดีเอสไอจะได้มีการเตรียมเอกสาร และพยานหลักฐานอื่นๆ อาทิ คลิปวิดีโอ เป็นต้น เพื่อประกอบคำให้การว่า บุคคลดังกล่าวได้มีการพูดจริงหรือไม่ อย่างไร ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ดีเอสไอมอบให้ไปพิสูจน์ความผิด และความบริสุทธิ์ พร้อมยืนยันว่า การร้องทุกข์กล่าวโทษของดีเอสไอ ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปากแต่อย่างใด เนื่องด้วยดีเอสไอ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งพิสูจน์ทราบว่าประเด็นดังกล่าวไม่มีมูลความจริงตามที่มีการกล่าวพาดพิง
รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า ในเชิงกฎหมายหากดูองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยหลักแล้วจะตรงกันข้ามกับการติชมโดยสุจริต เพราะการติชมโดยสุจริต คือ การพูดด้วยข้อเท็จจริง หรือข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานรองรับในการพูดนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นการพูดที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จะประกอบการพูด และยังเป็นการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก็อาจจะไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงอาจเข้าองค์ประกอบฐานหมิ่นประมาทได้