ส่วนกรณีที่ "รองอุ๊" ยังไม่ปรากฎตัว แต่มีการปล่อยคลิปมาในลักษณะนี้ เท่ากับจะรู้ทุกอย่างในคดีและตำรวจจะต้องเรียกมาสอบปากคำอีกหรือไม่นั้น
ทนายนิติศักดิ์ ตอบว่า หากตำรวจพบจุดไหนที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้วยังไม่ครบถ้วนก็คงจะเรียกมาให้ปากคำ ส่วนจะเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นพยาน ตนเองไม่สามารถฟันธงได้ เพราะไม่ได้รู้สำนวนการสอบสวน ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทั้งนี้ คนที่เป็นพยานจะเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้น หากตำรวจพบจุดเชื่อมโยงว่าร่วมกันกระทำความผิดก็อาจจะเป็นผู้ต้องหาได้
ทนายนิติศักดิ์ เผยถึงเรื่องทางคดีว่า หลังจากโอนสำนวนไปกองบังคับการปราบปรามแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อเพื่อไปให้ปากคำเพิ่มเติม และตนเองยังไม่ทราบข้อมูลหลังจากที่เข้าไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมด้วย คงเป็นรายละเอียดในสำนวน
ขณะนี้ พยานในฝั่งของ "สจ.โต้ง" ในเบื้องต้นที่ตำรวจสอบปากคำไป ก็ถือว่าครบถ้วนเกือบทั้งหมดแล้ว และประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องคลิปเสียง แต่เป็นเรื่องเหตุการณ์ทึ่เกิดขึ้นในวันกระทำความผิดว่ามีบุคคลใดร่วมในการฆ่า "สจ.โต้ง" บ้าง ทั้งนี้เราทราบว่าวันเกิดเหตุมีคนอื่นอยู่ด้วย ส่วนจะเกี่ยวข้องถึงขนาดร่วมกัน หรือเป็นตัวการร่วมในการทำหน้าที่กันทำหรือไม่ ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ
ส่วนจนถึงวันนี้ ยังเชื่อหรือไม่ว่าคนยิงยังอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 7 คน หรือไม่
ทนายนิติศักดิ์ ตอบว่า ณ วันนี้ ก็คงต้องรออีกนิด เพราะอย่างที่เราทราบว่ามีการยิงกันหลายนัด และมีคนรับว่าเป็นคนยิง ส่วนจะใช่หรือไม่ตนเองยังไม่สามารถทราบ ต้องรอให้ตำรวจสรุปสำนวนการสอบสวบให้ยุติก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในวันนี้ มีรายงานด้วยว่า ตำรวจกองปราบปราม ได้เรียกคณะทำงานชุดที่ไปตั้ง วอร์รูมที่ปราจีนบุรี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และชุดสืบสวนที่ได้เข้าตรวจค้นจุดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ "โกทร" และนำพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มาประชุมกับที่ กองบังคับการปราบปราม เพื่อสรุปผลของความคืบหน้าและทิศทางการขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วน "สจ.จอย" วันนี้เดินทางออกจากบ้านเพื่อไป "พรรคเพื่อไทย" ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว เพื่อไปร่วมในงารเปิดตัวเป็น "ผู้สมัคร นายก อบจ.ปราจีนบุรี" ในสังกัดพรรคเพื่อไทย ที่จะเปิดตัวในข่วงบ่ายวันนี้