โดย นายกิติเดช ลานทอง นายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกา กล่าวว่า นายเจริญ เป็นพนักงานของเทศบาลตําบลลำลูกกา แต่ได้เกษียณมา 5-6 ปี แล้วตั้งแต่ตนยังไม่เป็นนายกเลย จนกระทั่งลุงมาผูกคอและลุงได้มีจดหมายมาให้ตนช่วยตามทวงนี้ให้ด้วย ตนจึงได้เรียกประชุมโดยเรียกผู้ที่มีชื่อในหนังสือดังกล่าวที่มีการยืมเงินนายเจริญฯมาทำการสอบถาม ว่ายืมจริงไหมตัวเลขตรงกับในหนังสือหรือไม่โดยมีปลัดเทศบาลและนิติกรมาทำการทำบันทึก
ขอยืนยันว่านายเจริญไม่ได้มีอาชีพปล่อยเงินกู้แต่อย่างใด โดยบุคคลแรกเป็นชายที่บอกว่ายืม 750,000 บาทนั้นเขาแจ้งว่าไม่จริง ทางตนก็ได้แจ้งว่าต้องบอกความจริงนะไม่งั้นจะติดไปจนวันตายเขาก็ยืนยันว่าไม่จริงโดยเขาแจ้งว่ายืมผู้เสียชีวิตมา 34,000 ยังไม่ใช้เลย
ส่วนคนที่ 2 เป็นหญิงนั้นเขาแจ้งว่ายืมมา 40,000 ใช้เงินสดไปแล้ว 30,000 เหลืออีก 10,000 เดี่ยวจะใช้ให้ ส่วนคนที่3 เป็นหญิงบอกว่ายืม 30,000 บาท ทางตนได้ทำบันทึกว่าให้ทำการหักเงินเดือนทั้ง 3 คน
โดยคนแรกจะผ่อนเดือนละ 2,500 บาทซึ่งตัวเลขไม่ตรงกับความเป็นจริงจากที่มีการสอบสวนคนที่ 2 หักเดือนละ 2,000 บาทส่วนคนที่ 3 หักเดือนละ 2,000 บาท ในขณะที่คนที่ 4 นั้นเขาไม่ได้ทำงานในเทศบาลเราไม่สามารถไปก้าวกายเขาได้แต่เขาไปคุยตกลงกันกับทางญาติจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ใน
ส่วนที่ผู้เสียชีวิตนั้นมีการยืมเงินคนที่เทศบาลไป 80,000 บาทซึ่งทางนายเจริญ เอมเสริมนั้นได้ใช้มาแล้ว 30,000 บาทยังเหลืออีก 50,000 ซึ่ง ผู้เสียชีวิตนั้นมีเงินบำนาญอยู่ 250,000 บาท ก็จะได้มีการหักกันไปตามที่ผู้เสียชีวิตนั้นร้องขอมาทุกอย่าง
โดยเงินทั้งหมดที่มีการยืมเงินนายเจริญนั้นเป็นการยืมโดยมิตรภาพและเสน่หาส่วนตัว โดยไม่มีเอกสารการกู้ยืมเงิน ซึ่งตนก็ไม่ทราบ มาทราบอีกทีก็ตอนมาเห็นจดหมาย โดยนายเจริญนั้นไม่เคยโทรมาหาตนหรือแม้กระทั่งมาทวงเงินที่เทศบาลก็ไม่เคยมา
ด้าน นางสมบัติ กล่าวด้วยน้ำตาว่า นายเจริญ น้องชาย นั้นเป็นคนไม่ค่อยพูด โดยก่อนเกิดเหตุตนก็พยามสอบถามเขา ซึ่งไม่พูด จึงได้เค้นถามเรื่องค่าใช้จ่ายจนเขาบอกว่ามีคนยืมเงิน ตนก็ถามว่าใครเขาก็ไม่บอกเขาบอกเพียงว่าเป็นผู้ชายเท่านั้น ซึ่งพอมารู้ว่าน้องชายได้มายืมคนในเทศบาลก็ได้ดุเขาไปว่านำเงินไปให้เขายืมแล้วเขาไม่ใช้ห นี้แต่ลำบากไปยืมคนมาใช้ ซึ่งเราก็สงสารเขาจึงได้บอกเขาไป โดยครอบครัวเรามีแต่คนแก่พอมีการทำอาหารก็จะกินกันแต่เราจะใช้เงินกันเองในแต่ละคนจะไม่ยุ่งกัน
โดยอุปนิสัยของนายเจริญนั้นจะเป็นคนเงียบแต่พอไปทำงานจะคุยสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานแต่พอกลับบ้านจะเป็นคนเงียบ โดยผู้ที่ยืมเงินน้องไปนั้นตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวเลย เพิ่งจะมาเห็นตอนที่เขาเข้ามาคุยเท่านั้น ซึ่งตอนเกิดเหตุตนนอนอยู่ไม่รู้เรื่องมีคนที่เทศบาลมาบอกที่บ้านว่าให้ตนทำใจดีๆนะพอรู้ข่าวตนก็รีบเดินทางไปที่ สภ.ลำลูกกาทันที
ทั้งนี้ตนจะไปเรียกร้องอะไรต่อผู้ยืมนั้นตนไม่มีหลักฐา นอีกทั้งนายกิตติเดช ลานทอง นายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกา เขามาช่วยไกล่เกลี่ยและเขาเป็นกลางในการเจรจา ซึ่งตนก็ไม่ติดใจในเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นกรรมของเขาและถึงวาระของเขาแล้วจะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้จะทำอะไรแล้วเราเครียดไปหมดหลังเป็นข่าวเราไม่อยากจะให้ข่าวแล้ว
เพราะทางนั้นเขาคิดว่าเราเป็นคนสร้างข่าวซึ่งเราไม่ได้ทำเลยขนาดโซเชียลเรายังเล่นไม่เป็นเลย
ซึ่งในตอนนี้ที่เจอคนยืมทั้งหมดเขาก็ไม่ได้ขอโทษเพราะว่านายกเป็นคนเคลียร์ให้ทั้งหมด ซึ่งเราโชคดีที่ได้นายกมาช่วยเจรจาทั้งหมดหากน้องเราไม่ได้นายกคนนี้เราก็ไม่รู้ว่าเราจะได้ตรงนี้จากใครและเรื่องก็จบลงด้วยดี
ทางด้าน พ.ต.ท.อิทธิกร กล่าว่าขณะนี้ทางนายกเทศมนตรีตำบลลำลูกกาได้ให้ข้อมูลไปหมดแล้วส่วนข้อมูลเชิงลึกนั้นประเด็นไหนที่ญาติติดใจทางตำรวจจะได้ไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่เท่าที่ฟังแล้วเป็นประเด็นเรื่องส่วนตัว
แต่ข้อมูลเชิงลึกทางเราจะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกที ส่วนของคนที่มีมีรายชื่อและกล่าวอ้าวที่เป็นพยานแวดล้อมในจดหมายเราตะตรวจสอบอีกที
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าขณะที่ภาพวงจรปิดได้จับภาพของนายเจริญ ขณะปั่นรถจักรยานเข้ามาในเทศบาลตําบลลำลูกกาในช่วงเวลา 02.39.น.ของวัน 19 ธ.ค.67 จนกระทั่งนายเจริญนั้นวนรถกลับมาผูกคอที่ต้นไม้ในเวลา 02.53.น.