ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามก่อนการจับกุมได้มีผู้แจ้งเบาะแสมายัง กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ว่าที่บริเวณศูนย์อาหารชั้นล่างของอาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร มักจะมีแก๊งเงินกู้นอกระบบมาเก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านอาหารอยู่ที่บริเวณดังกล่าว
หากไม่มีเงินให้ หรือจ่ายช้า ก็จะถูกประจาน ข่มขู่ บางครั้งมีปากเสียงถึงขั้นใช้มือผลักอกทำร้ายผู้เสียหาย พร้อมทั้งประกาศว่าตัวเองเป็นเงินกู้โต๊ะใหญ่ ไม่กลัวตำรวจ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวอยู่ภายในสถานที่ราชการ
ผู้บังคับบัญชาจึงได้มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม หัวหน้าชุดปฏิบัติการณ์ที่ 1-1 กก.1 บก.ป. นำทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พบว่ามีการกระทำความผิดตามที่ได้รับการร้องเรียนจริง
โดยแก๊งเงินกู้นอกระบบดังกล่าวมีชื่อว่า “โต๊ะแฟลช & ฟลุ๊ค” และสามารถระบุตัวลูกหนี้ได้จำนวน 3 ราย จึงได้ซักปากคำรวบรวมข้อมูล เพื่อวางแผนจับกุมปราบปราม พบว่าแก๊งดังกล่าวมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา และมักจะมาเก็บงวดค่าเงินกู้เป็นประจำทุกวันช่วงเวลาพักกลางวัน โดยจะขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน สวมหมวกกันน๊อคเต็มใบ เมื่อเก็บเงินได้แล้วก็จะขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกไป
ต่อมา ว่าที่ พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการณ์ที่ 1-1 กก.1 บก.ป. วางกำลังโดยรอบลานจอดรถภายในกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งคนร้ายมักจะมาจอดรถ ณ บริเวณดังกล่าวอยู่เป็นประจำก่อนจะเดินลงไปทวงหนี้จากผู้เสียหาย จากนั้น ได้มีชาย 2 คนสวมหมวกกันน๊อคเต็มใบ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นเอ็นแม็กซ์ 155 สีแดง กรุงเทพมหานคร ลักษณะตรงตามข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนก่อนหน้านี้ มาจอดที่บริเวณลานจอดรถดังกล่าว
จากนั้นได้เดินลงไปยังศูนย์อาหารชั้นใต้ดินของอาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ เพื่อทำการเก็บเงินกู้ และดอกเบี้ย จากกลุ่มลูกหนี้ โดยขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งแฝงตัวติดตามคนร้ายทั้ง 2 ไป ได้สังเกตการณ์อยู่โดยตลอด
หลังจากเห็นว่าคนร้ายทั้ง 2 ได้ทำการเก็บเงินเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่คนร้ายกำลังเดินกลับมาที่รถจักรยานยนต์เพื่อจะขับขี่ออกไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สัญญาณกันในชุดบุกเข้าชาร์จตัวคนร้าย แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้น พบธนบัตรรัฐบาลไทยที่กระเป๋าของคนร้ายมีหมายเลขตรงกันกับธนบัตรฯที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนการจับกุม ยืนยันว่าคนร้ายทั้ง 2 รายได้กระทำความผิดจริง ทราบชื่อคนร้ายคือ นายวีรภัทรฯ หรือแฟลช และนายมีนทฎาฯ หรือฟลุ๊ค
จากการซักถามคนร้ายทั้ง 2 ให้การยอมรับว่ามีการให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจริง
ดยตนเองนั้นจะหาลูกค้าซึ่งต้องการจะกู้ยืมเงินนอกระบบมาให้กับนายทุนชื่อ “แกรม” ไม่ทราบชื่อสกุลจริง เมื่อลูกค้ากู้สำเร็จตนเองจะได้ส่วนแบ่งเป็น % จากนายทุน และมีหน้าที่ในการวิ่งเก็บงวดเงินกู้รายวันส่งนายทุนอีกทอดหนึ่ง
โดยในกลุ่มแก๊งดังกล่าวจะมีผู้ที่ทำหน้าที่วิ่งเก็บงวดเงินกู้รายวันหลายราย จะมีการแบ่งสายในการวิ่งเก็บเงินกู้ไม่วิ่งทับสายกัน ซึ่งสายของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้มีชื่อว่า “ทรัพย์หลักชัย 5” มีคนชื่อ นายเตย ไม่ทราบชื่อสกุลจริงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการเพิ่มยอดจากลูกค้า และมีคนชื่อ “นายตั้ม” ไม่ทราบชื่อสกุลจริงเป็นที่ปรึกษาคอยดูแลสายทรัพย์หลักชัย 5 ในการวิ่งเก็บงวดเงินกู้อีกที โดยมี
นายแกรม ไม่ทราบชื่อสกุลจริงเป็นหัวหน้าแก๊งของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้ทำการรวบรวมข้อมูลขยายผลต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ นายวีรภัทรฯ หรือแฟลช และนายมีนทฎาฯ หรือฟลุ๊ค ทราบ จากนั้นทำบันทึกจับกุมรวมรวมเอกสารพยานหลักฐานนำตัวนายวีรภัทรฯ และนายมีนทฎาฯ พร้อมของกลาง จำนวน 6 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา