นายแทนคุณ กล่าวว่า ทั้งนี้พบว่าบริษัทดังกล่าว มีปัญหาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเบิกถอนได้ ลักษณะคือการจำหน่ายซิมและเครื่องเติมเงินที่รับการรับรองจาก กสทช. ด้วยใบอนุญาตประเภทที่ 1 โดยใช้ใบอนุญาตนี้ในการขยายผลเชิญชวนกล่าวอ้างในที่ต่างๆ เสมือนเป็นใบอนุญาตในการลงทุนและขาย
ทั้งนี้ การขายซิมตู้เติมเงินไม่ผิด แต่ประเด็นการทำในลักษณะเชิงลูกโซ่หรือไม่ คือมีการเชิญชวนให้มีการลงทุนในอัตราส่วนเริ่มต้นที่ไม่มากในจำนวนเงิน 5,000 บาท และได้คืนมา 3 เท่า คือ 15,000 บาท โดยมีกำหนดคืนในระยะเวลา 500 วัน จะได้เงินคืนตามสัดส่วนที่ได้มีการลงทุนไป
"กสทช.เคยมีหนังสือเตือนไปที่บริษัทว่าห้ามนำเรื่องของการอนุญาตในครั้งนี้ไปทำเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ก็ไม่มีความหมาย บริษัทดังกล่าวไม่เชื่อและมีการชักชวนเชิญชวนจนกระทั่งไม่สามารถคืนเงินมาได้ 2 เดือนแล้ว อ้างว่าปรับปรุงระบบ"
นายแทนคุณ กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวได้มีการข่มขู่ผู้เสียหายผ่าน Open Chat ว่าจะแจ้งความกลับ และจะไปร้อง สคบ.ว่าผู้เสียหายที่มาดำเนินการต่างๆ ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกต 3 ส่วนคือ
- 1. ความเกี่ยวโยงของกสทช. ที่มีต่อบริษัทนี้ ว่ามีส่วนร่วมและรู้เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร
- 2. บริษัทดังกล่าวที่มีปัญหาในลักษณะนี้จะเข้าข่ายผิดกฎหมายในข้อหาใดบ้าง ซึ่งจะต้องให้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายก่อนว่าจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่
- 3. ศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่
ทั้งนี้พบมีผู้เสียหาย 5,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท