โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับนายแพทย์บุญ 5 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และข้อหาเช็คเด้ง หรือออกเช็คแล้วขึ้นกับธนาคารไม่ได้
นอกจากนายแพทย์บุญ แล้ว ศาลยังได้ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 8 คน ได้แก่
- นางสาวจิดาภา พุ่มพุฒ อายุ 53 ปี เลขาส่วนตัวนายแพทย์บุญ
- นางสาวศิวิมล จาดเมือง อายุ 38 ปี ผู้จัดการเกี่ยวกับเอกสาร สัญญาต่างๆ และจัดการด้านการเงิน
- นางจารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี ภรรยาของ นายแพทย์บุญ
- นางสาวนลิน วนาสิน อายุ 51 ปี บุตรสาวของนายแพทย์บุญ
- นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ของ บริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน
- นายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ บริษัทหลักทรัพย์ ผู้ประสานงานให้คำปรึกษา ชักชวนลงทุน
- นางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี เป็นนายหน้า และผู้ชักชวนแนะนำการลงทุน ผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน
- นายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนติดต่อชักชวนผู้เสียหาย เป็นผู้จัดทำสัญญา
ทั้ง 8 คน ถูกออกหมายจับในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
รายงานระบุว่า การออกหมายจับครั้งนี้ เป็นกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของนายแพทย์บุญ ที่ปลอมลายเซ็นอดีตลูกสะใภ้เพื่อกู้เงินผ่านเอเยนต์ จนได้รับความเสียหายกว่า 8,000 ล้านบาท และมีการตั้งข้อสังเกตว่า จะมีผู้เสียหายที่ถูกนายแพทย์รายนี้ฉ้อโกงเงิน ผ่านการทำธุรกรรม ชักชวนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อีกหลายราย จนอาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างนับหมื่นล้าน กระทั่งมีกระแสว่านายแพทย์บุญ น่าจะหลบหนีคดีไปยังต่างประเทศ
ภายหลังออกหมายจับ ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จึงได้เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา เอาไว้ได้แล้ว จำนวน 6 คน ยังเหลืออีก 3 คน คือ นายแพทย์บุญ ภรรยาและบุตรสาว ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายแพทย์บุญ ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย ในวันที่ 29 กันยายน 2567 ไปยังประเทศจีน ส่วนภรรยาและบุตรสาว อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนรายละเอียดในคดีและความคืบหน้าทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีการแถลงข่าวในเวลา 11:00 น ของวันนี้ (23 พ.ย.67)