เมื่อคนร้ายมั่นใจว่านายพิเชษฐ์ เสียชีวิต ได้วิ่งออกจากห้องประชุม และวิ่งออกจากภายในโรงงานไปขึ้นรถ จยย.ทั้ง 2 คัน ที่จอดอยู่หน้าอาคาร โดย 1 ใน 4 คนร้าย ได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม.16 ยิงขึ้นฟ้า จำนวน 2 นัด เพื่อเป็นการเบิกทางก่อนที่จะหลบหนีไป
ต่อมา พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียวผบ.ฉก.นราธิวาสพล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในห้องประชุม และได้มีการดูกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าห้องประชุมของโรงงาน ดูเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนร้ายมีการล็อกเป้าหมาย เพื่อเอาชีวิตนายวิเชษฐ์ เพียงคนเดียว มิเช่นนั้นผู้ที่อยู่ร่วมพูดคุยกับนายพิเชษฐ์ อีก 3 คน จะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทั้งหมดเพื่อเอาชีวิต แต่ลักษณะการทำงานของคนร้ายเหมือนมีความชำนาญเรื่องการใช้อาวุธปืน
และเมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเสร็จ พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ ผบช.ภ.9 ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ได้ตั้งปมเหตุไว้ 4 ประเด็น
- ปัญหาความมั่นคง
- ปมเหตุเรื่องธุรกิจ
- ความขัดแย้งส่วนตัว
- ปัญหาเรื่องการเมือง
ซึ่งให้น้ำหนักไปทุกประเด็น เนื่องจากปัญหาทางการเมืองไม่มีเหตุยิงนักการเมืองมานานแล้วในพื้นที่ จ.นราธิวาส
สำหรับประวัตินายวิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม หรือชาวบ้านทั่วไปมักเรียกชื่อว่า "นายกอาร์ม" ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ 2 สมัย, เป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนราธิวาส 2 สมัย, เป็นกรรมการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส และ เป็นที่ปรึกษา หจก. แฮนด์อินแฮนด์ (โรงงานผลิตเสื้อผ้า) ซึ่งจะมาทำงานที่โรงงานแห่งนี้เป็นประจำและเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลรือเสาะ แถมยังเป็น ผอ.ศูนย์ฝึกกีฬาวอลเลย์บอลจังหวัดชายแดนภาคใต้
ด้าน นางรอฮีมะห์ หะยีวอเฮง พนักงานแฮนอินแฮนด์ เล่าว่า เหตุดังกล่าวน่ากลัวมาก ทุกคนต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะเกิดเหตุทุกคนกำลังทำงาน เพราะมีงานด่วนต้องส่งวันนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงปืน ทุกคนก็ตกใจ ไม่ทันตั้งตัว รีบวิ่งมาดูตามเสียงที่ได้ยิน จนทราบว่า "นายกอาร์ม" ถูกยิง
"นายกอาร์ม" เป็นคนดี รักลูกน้องทุกคน ใส่ใจ ช่วยเหลือตลอด และเมื่อวานนี้ (6พ.ย.2567) ก็ยังพูดให้กำลังใจในการตัดเย็บตามออเดอร์ และบอกว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน อดทนอีกนิดจะส่งออเดอร์ตามที่ลูกค้าสั่งแล้ว