จากนั้น ยังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลออีกว่า
“ขอเคลียร์เพื่อลูก ขอเคลียร์เพื่อพ่อที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่ากระทบครอบครัวพัชไปมากกว่านี้ อย่าไปวนบ้านพีชไปมากกว่านี้ เพราะทุกคน เคยกิน เคยขี้ที่บ้านกูมาแล้ว บ้านกับออฟฟิตห่างกันซอยเดียว วนอยู่นั่นแหละ ลูกกูอยู่บ้านไม่ได้เลย ไม่รู้ใคร ฝากละกัน ลูกไม่เกี่ยว จะไม่แถลงเลย ถ้าไม่มายุ่งกับลูกกู มึงยังรักลูกมึงเลย ไม่คิดว่ากูจะรักลูกกูบ้างเหรอ มีใครไม่รักลูกบ้าง และวันนี้จะแถลงสั้นๆ ถ้าผิดว่าไปตามผิด ถ้าถูกให้ความเป็นธรรมด้วย เปิดมาเหอะพี่ทนาย รับอะไรมา สักวันความจริงสองทางจะเจอกัน”
นอกจากนี้ นางสาวกฤษอนงค์ ยังขอฝากถึงทนายความของ "บอสพอล" ว่า ขอให้ทำหน้าที่ให้เต็มที่ เพราะฝ่ายโจทก์ก็ต้องฟ้องเต็มที่อยู่แล้ว และตนก็รู้ว่าทนายความจะแก้ว่าอย่างไร เพราะทั้งหมดก็เป็นแผนที่เอาไปจากตน ซึ่งขอให้กำลังใจทนายความ ถ้าชนะคดีนี้ได้ จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ จะเกิดมาตรฐานใหม่ในวงการธุรกิจขายตรงแน่นอน และตนก็เคยพูดกับ "บอสพอล" ว่า วันไหนเดินเข้าคุกเมื่อไหร่ จะนึกถึงคำตนเมื่อนั้น
ส่วนตำรวจถ้าต้องการข้อมูลจากตนไปเป็นประโยชน์ในการทำคดี ตนก็ยินดีที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เรื่องธุรกิจขายตรงที่แปลงร่างไปเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการร้องขอ ตนก็คงไม่เปิดเผยเอง เพราะห่วงความปลอดภัยของครอบครัว ซึ่งถ้ามีการรับประกันความปลอดภัยให้ครอบครัวได้ ตนก็พร้อมที่จะเปิดข้อมูลนี้ เพราะมั่นใจว่าจะสามารถปิดเกม "ดิไอคอน" ได้แน่นอน
ทั้งนี้ ตนไม่ได้รู้สึกดีที่ออกมาช่วยคนแล้วอาจจะต้องตกเป็นผู้ต้องหา แต่ถ้าถามว่าท้อไหม จริงๆ ตนก็ไม่ได้ท้อ แต่สิ่งที่ห่วงมากกว่าคือคนข้างหลัง คือครอบครัวที่ต้องมานั่งร้องไห้ มาเดือดร้อนเพราะตน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกเงิน 20 ล้านบาท โดยข่มขู่ว่าหากไม่ให้จะพาผู้เสียหายไปออกรายการดังนั้น นางสาวกฤษอนงค์ ตอบเพียงว่า อันนั้นไม่เกี่ยวกัน เป็นเงินเรื่องการทำแผนงานระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าคลิปเสียงที่ถูกอัดไว้ต้องมีมากกว่านี้ เพราะถ้าไปนั่งกินข้าวที่บ้านตน แล้วอัดคลิปความยาว 7 ชั่วโมงไว้ได้ ตนก็ยอม “โจรธานอส” คนนี้แล้ว