หลังจากอดีตภรรยาโทรหาผู้เสียหายเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเพียงแค่ 15 นาที กลุ่มคนร้ายก็ได้บุกเข้าไปบริษัทของผู้เสียหาย ตามที่เห็นภาพในกล้องวงจรปิด ก่อนจะปล้นเงินสดได้จำนวน 3,200,000 บาท ที่อยู่ในบริษัท รถยนต์ และเงินที่ติดตัว ต่อมาคนร้ายก็ได้พาผู้เสียหายขึ้นไปยังรถยนต์ฮอนด้า ซึ่งเป็นรถของผู้เสียหาย และพาขึ้นรถเก๋งโตโยต้าอีกหนึ่งคน
ต่อมากลุ่มคนร้ายได้พาผู้เสียหายขับรถออกจากบริษัท มุ่งหน้าไปยังวงเวียนบางเขน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครนายก แล้วพาผู้เสียหายไปอยู่ในซอยเปลี่ยวจำนวนหนึ่งคืน แล้วได้มีการขู่บังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินดิจิทัลอีก 270,000 USDT โดยให้เงื่อนไขว่าถ้าหากไม่โอนก็จะถูกฆ่าทิ้ง
หลังผู้เสียหายโอนเงินดิจิทัลให้คนร้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่มคนร้ายก็ได้ขับมาส่งผู้เสียหายที่ซอยนวมินทร์ 100 ซึ่งผู้เสียหายได้เรียกให้เพื่อนมารับ ก่อนจะเข้ามาแจ้งความ ส่วนกลุ่มคนร้ายก็ได้กลับไปยังบ้านเช่าย่านลาดพร้าววังหินอีกครั้ง ก่อนจะแบ่งเงินแล้วแยกย้ายกันไป ส่วนนายหลิวบู และนางสาวหยางเจิน ได้เดินทางไปที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะวกกลับส่งนายหลิวบู ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนกระทั่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา
สำหรับผู้ต้องหาอีก 4 ราย พบว่าข้อมูลล่าสุดในขณะนี้ ได้หลบหนีออกผ่านทางด่านผักกาดจังหวัดจันทบุรี อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเร่งนำตัวมาดำเนินคดี
ในส่วนบริษัทของผู้เสียหายที่ได้เปิดเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เพราะสาเหตุใดถึงสามารถรับแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลได้ด้วย รวมถึงหาแหล่งที่มาของเงินสดที่ได้นำมาแลกเปลี่ยนกับเงินดิจิทัลว่า หาจากไหนถึงหามาได้มากขนาดนี้
กระทั่งเวลา 14.30 น. พนักงานสอบสวนได้นำตัวนางสาว หยางเจิน สัญญาติจีน ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของ 1 ในผู้เสียหายไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญารัขดาภิเษก