เมื่อถามได้คุยกับ "ติ๊ก ชิโร่" หรือไม่
ก็บอกว่า ในที่เกิดเหตุ "ติ๊ก ชิโร่" ได้เข้ามาขอโทษ และก้มกราบ บอกว่าตนเองเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเอง และจะรับผิดชอบทั้งหมด พร้อมบอกว่าจะมาที่โรงพัก ส่วนเมื่อถามว่าตอนนี้กังวลอะไรหรือไม่เพราะเมื่อมาถึง สน.แล้วยังไม่เจอติ๊กเลย พ่อบอกว่า ที่กังวลตอนนี้คือ อาการของลูกชายมากกว่า ส่วนคดีต้องรอคุยกับตำรวจอีกทีหนึ่ง
ด้าน พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว เผยว่า ร้อยเวรเจ้าของคดีได้รายงานเหตุว่า เหตุเกิดขึ้นบนสะพานข้ามแยก โดยรถจักรยานยนต์มากัน 3 คน และ 1 ในนั้นทำขวดน้ำตกอยู่ริมขอบสะพาน จึงบอกให้หยุดรถและลงไปเก็บ ไม่นานรถของ ติ๊ก ชิโร่ ก็ขับขึ้นมาบนสะพานและประสบเหตุทันที ซึ่งคาดว่ามองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่จึงไม่ได้เบรค ส่วนรถจักรยานยนต์จอดอยู่ริมถนน คร่อมกับเส้นทึบ ของถนน
หลังเกิดเหตุ "ติ๊ก ชิโร่" ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล กับญาติคนหนึ่ง ช่วงประมาณ 06.00 น. แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแพทย์ประเมินให้พักรักษาตัว แล้วแบตโทรศัพท์ของหมดจึงทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้ เพิ่งจะติดต่อได้เมื่อช่วงสายของวันนี้ และตนได้ให้ทางโรงพยาบาลเจาะเลือดไปตรวจหาค่าแอลกอฮอล์ ซึ่งใช้เวลา 3 วันกว่าจะรู้ผล หากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเมื่อไหร่จะเรียกมาสอบปากคำหลังจากนี้
ส่วนเมื่อถามเหตุใดถึงไม่ให้ "ติ๊ก ชิโร่" เป่าแอลกอฮอล์ในที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.นเรนทร์ บอกว่า "ติ๊ก ชิโร่" มีอาการเจ็บหน้าอก ไม่สามารถเป่าได้ จึงให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลและผู้ก่อเหตุก็ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อีกด้วย
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ตอนนี้ยังไม่สามารถแจ้งได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด และหากผลการตรวจออกมามีแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับ "ติ๊ก ชิโร่" แต่หากผลออกมาไม่มีแอลกอฮอล์ในเลือด มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะประมาทร่วม แต่ทั้งนี้ต้องดูกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุประกอบด้วย
นอกจากนี้ทราบว่าญาติของนักร้องดังได้เตรียมเงินเบื้องต้นประมาณ100,000 บาท เป็นค่าทำศพให้กับผู้เสียชีวิตและจะดูแลค่ารักษาพยาบาลพร้อมกับส่งคนเจ็บไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางในการรักษาด้วย