กระทั่งล่าสุดช่วงเช้ามืดวานนี้ (1 ก.ย.) ชุดปฏิบัติการ ป.ป.ส. ตรวจสอบพบว่า มีรถกระบะต้องสงสัยเดินทางออกจาก จ.เชียงราย มุ่งหน้าเข้ามาพื้นที่ภาคกลาง จึงติดตามไปจนพบว่า รถกระบะคันดังกล่าวได้เข้าไปจอดในพื้นที่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีลักษณะคล้ายโกดังล้อมรั้วด้วยสังกะสี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังแสดงตัวขอเข้าตรวจ ค้นพบของกลางยาเสพติด เฮโรอีน 91.7 กิโลกรัม จํานวน 262 แท่ง ซุกช่อนในช่องลับท้ายกระบะ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ตรวจยึดรถแข่งสภาพเก่าผุพังอีก 6 คัน และยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินสด รถยนต์ ทองคำ รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็น เฮโรอีน ไอซ์ คีตามีน และ ยาบ้า โดยใช้เส้นทางจากพื้นที่ภาคเหนือ เลี่ยงด่านตรวจจนมาถึง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดพักยาเสพติด ส่วนการลักลอบขนเฮโรอีนและไอซ์ ครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัมเฉลี่ยเดือนละ 3 ครั้ง โดยยาเสพติดทั้งหมดจะนําไปซุกซ่อนในรถแข่งเก่าสภาพผุพัง เพื่อนำขึ้นรถสไลด์หวังตบตาเจ้าหน้าที่ จากนั้นจะลำเลียงไปยัง จ.ระยอง เพื่อขนส่งทางเรือไปยังปลายทางประเทศมาเลเซีย ไต้หวัน และ ออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าของอู่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่กําลังเร่งติดตามตัวมาดําเนินคดี
ผู้ต้องหายังเปิดเผยอีกว่า ได้รับการติดต่อว่าจ้างจากชาวไทยใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านให้ไปรับรถ โดยให้ค่าจ้างครั้งละ 120,000 บาท ยอมรับว่ารู้ว่าสิ่งของในรถเป็นยาเสพติด แต่ไม่ทราบชนิดว่าเป็นยาเสพติดประเภทใด และมีปริมานเท่าไร ซึ่งตนมีหน้าที่ขับรถคันดังกล่าวมาจาก จ.เชียงราย มุ่งหน้ามายังพื้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อเสร็จภารกิจก็จะนั่งรถทัวร์กลับไปยัง จ.เชียงราย ส่วนเหตุผลที่ทํา เพราะปัญหาหนี้สินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในครอบครัว และมีหนี้สินที่ผูกพันธ์กับทางฝั่งผู้ว่าจ้างอีกด้วย