ต่อมาชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่า ทั้งคู่ได้ไปหลบอยู่ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ระดมกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจอยุธยากว่า 50 ชีวิต ใช้เวลากว่าครึ่งวัน จนไปพบตัวหลบอยู่ในพื้นที่ป่า พอเข้าจับกุมผู้ต้องหาก็ต้องยอมจำนน แต่อ้างว่าไม่ได้หลบหนี แต่ตำรวจมองว่าจากพฤติการณ์ถือเป็นการหลบหนี เพราะจุดที่ไปพบตัว ไม่ใช่แหล่งที่อยู่โดยปกติ ทั้ง 2 คนมีบ้านพักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ส่วนผู้ที่ให้ที่พักอาศัยที่อยุธยา ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่ามีเจตนาช่วยเหลือก็จะถูกดำเนินคดีด้วย
ขณะที่ช่วงบ่าย หลังคุมตัว นายเอส และนายอาร์ท มาส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.มีนบุรี และสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยมี พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 สอบปากคำด้วยตนเอง
หลังจากนั้นคุมตัวออกมาจากห้องสืบสวน ระหว่างนี้นักข่าวได้สอบถาม นายอาร์ท ถึงที่มาของเมทานอลอีกครั้ง
โดย นายอาร์ท ยืนยันอ้างว่า ตนเองซื้อเอทานอล 95% เอทานอล ฟู้ดเกรดมาจากบริษัทย่านบางเสาธง ที่เดียว ไม่เคยเปลี่ยนที่ซื้อ ยอมรับว่า ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าของเดิม 25,000 บาท ยังไม่ได้สั่งของเพิ่ม เพื่อจะซื้อล็อตใหม่ ล็อตล่าสุดทำเหล้าส่งให้เจ๊ปู และยืนยันว่าไม่ได้ซื้อมาจากแหล่งอื่น
ส่วนที่ยังไม่ได้จ่ายยืนยันว่าไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และไม่ทราบว่า แอลกอฮอล์ที่บ้าน มีเมทานอลปนเปื้อน และทุกครั้งใช้สูตรเดิม แต่ไม่ตอบว่ามีการใส่ส่วนผสมเพิ่มหรือไม่
นอกจากนี้ นายเอส ยังบอกด้วยว่า สูตรที่ผสมทำเหล้าขาว เรียนรู้มาจากรุ่นพี่ที่ทำเป็น และศึกษาจากตำราสุราพื้นบ้านต่างๆ โดยใช้เวลาในการศึกษาพอสมควร ส่วนรายละเอียดเรื่องเริ่มทำครั้งแรกเมื่อไรนั้น นายเอส บอกขอให้การในชั้นศาล
โดย พล.ต.ต.เกียรติกุล บอกถึงความคืบหน้าทางคดี ว่า หลังจากสามารถจับกุมตัวนายเอส และนายอาร์ท ได้แล้วนั้น เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธอยู่ หลังจากนี้จะมีการสอบปากคำผู้ต้องหาโดยละเอียดอีกครั้งรวมถึงขยายผลสืบสวนหาที่มาของเมทานอลด้วย
ยืนยันว่าตำรวจมีทั้งพยานบุคคล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง2 กระทำความผิดอาญาในข้อหาร่วมกันฆ่า และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ส่วนเมื่อวานนี้จากการตรวจค้นบ้านของนายเอสและนายอาร์ท ก็เจอแกลอน และขวดต่างๆ ที่บรรจุแอลกอฮอล์ ซึ่งได้ส่งไปให้ทางพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบเพื่อหาว่ามีสารเมทานอลปนเปื้อนอยู่หรือไม่แล้ว ขณะนี้ มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีแล้วทั้งหมด 3ราย คือ นายเอสและนายอาร์ท รวมถึงเจ๊ปู
ซึ่งเมื่อวันที่ 29 ส.ค.พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาปลอมปนอาหาร กับเจ๊ปู เพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีสอบปากคำร้านยาดอง และผู้ป่วย รวมถึง ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ยังได้ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บวัตถุพยานเพื่อเป็นของกลาง นำไปตรวจหาเมทิลแอลกอฮอล์ด้วย
สำหรับนายเอส และนายอาร์ท หลังสอบปากคำวันนี้เสร็จสิ้นตำรวจจะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ในวันพรุ่งนี้(31 ส.ค.67)
ด้าน นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ รองอธิดีกรมการแพทย์ บอกว่า วันนี้มีผู้ป่วยเพิ่มเป็น 43 ราย ซึ่งมาจากการคัดกรองโรค รายล่าสุดอาการไม่หนัก ส่วนผู้เสียชีวิต 6 ราย กลับบ้านแล้ว 17 ราย และรักษาตัวอยู่ 10 ราย ซึ่งหลังจากนี้
ทางการแพทย์ก็จะยังค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ๆเพิ่มที่มาจากการไปดื่มยาดองมาจากซุ้มแต่ยังไม่กลัาเข้ามารับการรักษาด้วย และทางกรมการแพทย์จะติดตามเลย้าเยี่ยมผู้ป่วย ประมาณ1เดือน เพื่อดูอาการต่างๆ โดยเฉพาะอาการทางสายตา