เตรียมสอบพยานเพิ่มอีก 5 ปาก สรุปผลภายในเดือนนี้
ต่อมาเวลา 15.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.สราวุฒิ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขอชื่นชมคณะกรรมการตรวจสอบชุดนี้ที่ยึดระเบียบข้อกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ทราบว่า สอบปากคำพยานทั้งฝั่งผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาไปทั้งหมดแล้ว 65 ปาก แสดงให้เห็นว่าดำเนินการด้วยความรอบครอบ
ส่วนกรณีที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ยื่นเรื่องขอให้สอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มอีก 5 ปากนั้น ได้ทำหนังสือไปถึงพยานบุคคลดังกล่าว เพื่อมาให้การในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ซึ่งหลังสอบปากคำเสร็จ ก็จะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปว่า ผลจะออกมาเป็นบวกหรือเป็นลบ โดยคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนประเด็นการพิจารณา เราจะพิจารณาจากทุกประเด็น พิจารณาทุกอย่างหมด ขอให้สังคมสบายใจได้
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝั่งผู้ถูกกล่าวหายื่นเรื่องขอให้สอบพยานเพิ่มอีกนั้น จะเป็นการประวิงเวลา หรือไม่ พล.ต.อ.สราวุฒิ ตอบว่า เราให้โอกาสทุกฝ่าย หากมีการยื่นเรื่องขอให้สอบพยานเพิ่ม ก็ต้องมาดูว่าคำให้การของพยานบุคคลเหล่านี้ จะเกิดประโยชน์สามารถหักล้างข้อเท็จจริงของอีกฝ่ายได้หรือไม่
"บิ๊กโจ๊ก" เผย ยังไม่ได้รับหนังสือกำหนดวันรับทราบข้อหาวินัย
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยให้เข้ารับทราบข้อหา แต่หากหลังจากนี้มีการส่งหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็จะต้องเดินทางไปอยู่แล้วตามกระบวนการ
ส่วนการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง หลังผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ยกคำร้องอุทธรณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ซึ่งจะต้องยื่นภายใน 90 วันนั้น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร ยังระบุไม่ได้ว่าจะไปยื่นศาลปกครองวันไหน
ส่วนกระแสข่าวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ส่งมาที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี เพื่อรอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ออกจากราชการ นั้น
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ระบุว่า ยังไม่ทราบ แต่ยังไงก็ต้องโปรดเกล้าฯอยู่แล้ว เหมือนกับสมัย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งในส่วนของตนนั้น หากมีโปรดเกล้าฯแล้ว ก็ยังสามารถยื่นศาลปกครองได้อยู่ และหากศาลปกครองมีคำสั่งให้กลับก็ว่าไปตามกระบวนการ