เนชั่นทีวี

ข่าว

สอบปากคำพยานแล้ว 65 ราย คกก.สอบวินัยร้ายแรง “บิ๊กโจ๊ก” ยันให้ความเป็นธรรม

15 ส.ค. 2567 | thunchanok_kul

สอบปากคำพยานแล้ว 65 ราย คกก.สอบวินัยร้ายแรง “บิ๊กโจ๊ก” ยันให้ความเป็นธรรม

สอบปากคำพยานแล้ว 65 ราย คกก.สอบวินัยร้ายแรง “บิ๊กโจ๊ก” ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ระบุยังไม่ทราบเรื่องถอดถอน ส่วนผลจะเป็น "บวก หรือ ลบ" ยังไม่รู้ทิศทาง เตรียมเรียกสอบพยานเพิ่มอีก 5 ปาก สรุปผลภายในเดือนนี้

วันที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสอบสวน กรณี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมพวกรวม 5 คน กระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยมี พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พร้อมคณะกรรมการสอบสวนคนอื่นๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง 

พล.ต.อ.สราวุฒิ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเรื่องนี้ ในวันนี้ จึงต้องมาร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า เราเริ่มทำงานมาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.2567 ยังเหลือระยะเวลาในการรวบรวม ตรวจสอบพยานหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้ทราบว่า มีการสอบปากคำพยานต่างๆ จากฝ่ายผู้กล่าวหาไปจำนวนมาก

“ยืนยันว่าเราดำเนินการโดยยึดหลักระเบียบข้อกฎหมาย และให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งภารกิจครั้งนี้ตนเปรียบดังกรรมการแข่งขันฟุตบอลแมตช์สำคัญ ที่มีคนไทยทั้งประเทศเฝ้ามองอยู่ ในฐานะกรรมการจึงต้องเป็นกลาง”

พล.ต.อ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้กล่าวหา เบื้องต้น ทราบว่าเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การเพิ่ม รวมถึงมีการอ้างถึงพยานบุคคลอีก 5-6 คน จึงต้องสอบเพิ่ม เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หลังจากนั้นจึงค่อยมาสรุป และหารือพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทิศทางจะเป็นบวกหรือลบตอนนี้ยังไม่ทราบ 

เมื่อถามว่า ผลที่จะออกมามีทั้งบวกและลบ หากเป็นลบจะไปทางไหนได้บ้าง พล.ต.อ.สราวุฒิ กล่าวว่า ลบก็หมายถึงว่าเราก็แจ้งข้อกล่าวหาไปว่า เขากระทำความผิดตามที่คณะกรรมการมีหน้าที่ หลังจากนั้นเป็นสิทธิ์ของเขาเองว่าจะไปร้องอะไรอย่างไรหรือไม่ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า “ลบ” โทษจะถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกหรือไม่ พล.ต.อ.สราวุฒิ ตอบสั้นๆว่า ใช่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการจะพิจารณา มี 2 ประเด็นนี้

“ระยะเวลาในการตรวจสอบทั้งหมดมี 270 วัน ซึ่งหากภายในวันที่ 12 ก.ย.2567 ยังไม่แล้วเสร็จ เรายังสามารถขยายเวลาออกไปได้อีก 60 วัน เพราะยังอยู่ในกรอบระยะเวลา 270 วัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมาผู้ถูกกล่าวหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ส่วนกรณีที่ไม่เคยมาเข้าพบนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าตัว” 

พล.ต.อ.สราวุฒิ กล่าวอีกด้วยว่า ส่วนผลการตรวจสอบของคณะอื่นๆ จะออกมาทิศทางไหน ไม่ใด้กังวล หรือ กดดัน เพราะคนละหน้าที่กัน แต่ยอมรับว่าได้มีทำหนังสือไปสอบถามผลคณะตรวจสอบอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและเพื่อความรอบครอบ ส่วนเรื่องกระแสข่าวว่ามีการถอดถอนแล้วนั้นตนยังไม่ทราบ 

เตรียมสอบพยานเพิ่มอีก 5 ปาก สรุปผลภายในเดือนนี้ 

ต่อมาเวลา 15.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.สราวุฒิ  ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขอชื่นชมคณะกรรมการตรวจสอบชุดนี้ที่ยึดระเบียบข้อกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ทราบว่า สอบปากคำพยานทั้งฝั่งผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาไปทั้งหมดแล้ว 65 ปาก แสดงให้เห็นว่าดำเนินการด้วยความรอบครอบ 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ยื่นเรื่องขอให้สอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มอีก 5 ปากนั้น ได้ทำหนังสือไปถึงพยานบุคคลดังกล่าว เพื่อมาให้การในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ซึ่งหลังสอบปากคำเสร็จ ก็จะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปว่า ผลจะออกมาเป็นบวกหรือเป็นลบ โดยคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนประเด็นการพิจารณา เราจะพิจารณาจากทุกประเด็น พิจารณาทุกอย่างหมด ขอให้สังคมสบายใจได้ 

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝั่งผู้ถูกกล่าวหายื่นเรื่องขอให้สอบพยานเพิ่มอีกนั้น จะเป็นการประวิงเวลา หรือไม่ พล.ต.อ.สราวุฒิ ตอบว่า เราให้โอกาสทุกฝ่าย หากมีการยื่นเรื่องขอให้สอบพยานเพิ่ม ก็ต้องมาดูว่าคำให้การของพยานบุคคลเหล่านี้ จะเกิดประโยชน์สามารถหักล้างข้อเท็จจริงของอีกฝ่ายได้หรือไม่


"บิ๊กโจ๊ก" เผย ยังไม่ได้รับหนังสือกำหนดวันรับทราบข้อหาวินัย 

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยให้เข้ารับทราบข้อหา แต่หากหลังจากนี้มีการส่งหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็จะต้องเดินทางไปอยู่แล้วตามกระบวนการ  

ส่วนการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง หลังผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ยกคำร้องอุทธรณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ซึ่งจะต้องยื่นภายใน 90 วันนั้น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร ยังระบุไม่ได้ว่าจะไปยื่นศาลปกครองวันไหน

ส่วนกระแสข่าวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ส่งมาที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี เพื่อรอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ออกจากราชการ นั้น 
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ระบุว่า ยังไม่ทราบ แต่ยังไงก็ต้องโปรดเกล้าฯอยู่แล้ว เหมือนกับสมัย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งในส่วนของตนนั้น หากมีโปรดเกล้าฯแล้ว ก็ยังสามารถยื่นศาลปกครองได้อยู่ และหากศาลปกครองมีคำสั่งให้กลับก็ว่าไปตามกระบวนการ

ข่าวล่าสุด