ต่อมาพบเรือสปีดโบ๊ตสีขาวเข้ามาจอดเทียบท่า นายนพเก้าและพวกได้เข้าไปตรวจเช็กสภาพเรือให้พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าซุ่มดูและสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.67 เวลาประมาณ 20.30 น. นายอนันต์ , น.ส.ศุภรัตน์ และนายจารุชัย ได้พากันขับรถยนต์ตามกันไป แล้วพากันลงจากรถไปยืนรอที่บริเวณสะพานปากน้ำแขมหนู ขณะเดียวกันที่รีสอร์ทเกาะนกใหญ่ พบรถยนต์เก๋งจำนวน 2 คัน ขับนำรถกะบะตู้ทึบเข้าไป จากนั้นรถยนต์กะบะได้ถอยไปใกล้รถสปีดโบ๊ตที่จอดรอ ทุกคนช่วยกันขนลำเลียงกระสอบหนักจากรถยนต์กะบะตู้ทึบลงไปในเรือ
เจ้าหน้าที่จึงเข้านำกำลังเข้าจับกุมนายนพเก้ากับพวก และจับกุมนายอนันต์กับพวก ได้ที่บริเวณสะพานปากน้ำแขมหนู สอบสวนทราบว่า นายวัชระ และ น.ส.ณัฐนรา เป็นหัวหน้าทีมลำเลียงไอซ์ทางบก โดยมี น.ส.นภธร ช่วยนำทาง นายวิชาญ เป็นคนขับกะบะ และพากันไปรับไอซ์ของกลางจากริมถนนพระรามสอง พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ตามคำสั่งของนายวัชระ
ส่วนนายอนันต์รับว่า เป็นคนจัดหาทีมคนขับเรือสปีดโบ๊ต ออกมารอที่ปากน้ำแขมหนูเพื่อรอดูเมื่อเรือสปีดโบ๊ตขนยาเสพติดออกทะเลแล้ว จึงจะโทรรายงานนายชาญชัย โดยกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 10 ดังกล่าวจะรับคำสั่งจากนายชาญชัย ได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 50,000-300,000 บาท มีการลำเลียงมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3
ขณะจับกุม พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ผบช.ปส.ได้เดินทางเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจดูของกลางและซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง และเผยว่าการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการจับกุมได้พร้อมกันทั้งขบวนการลำเลียง ทั้งทีมลำเลียงทางบกและทางทะเล ขอเตือนผู้ที่คิดจะมาสู่ขบวนการเช่นนี้ ครั้งแรกนั้นอาจรอด แต่ครั้งต่อมามีโอกาสถูกจับกุม และโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับ