เป็นเพื่อนของเจ้าของรถ ชื่อ "น.ส.พร" และได้ยืมรถขับมาที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้บอกว่าทำอะไร รวมถึงเจ้าของรถได้โทรศัพท์ไปหา น.ส.พร เพื่อให้มาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งทาง เจ้าตัวก็รับปากว่าจะเข้ามาเมื่อวานนี้ ( 25 กรกฎาคม) แต่เมื่อเช้าวันนี้ ตำรวจติดต่อไปอีกครั้งก็ติดต่อไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ได้ขอให้สืบจังหวัดกาญจนบุรี ช่วยติดตามตัว
เมื่อถามว่า พฤติการณ์ของ น.ส.พร ที่จงใจขับรถด้วยความเร็วเพื่อสะบัดตัวผู้บาดเจ็บให้ตกออกจากรถนั้น ถือเป็นการเจตนาทำร้ายผู้อื่นให้เป็นอันตรายหรือไม่ พ.ต.ท.ชัยธัช ก็บอกว่าต้องดูที่พยานหลักฐานประกอบ แต่เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย และขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น
ต่อมาเวลา 13.10 น. ที่ สน.พญาไท คุณเปิ้ล ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้หญิงเสื้อน้ำเงินปรากฏภายในคลิป เดินทางมาที่ สน.พญาไท เพื่อแจ้งความเพิ่มเติมกับคู่กรณี ในข้อหาชนแล้วหนี เนื่องจากเกิดเหตุบริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถีซึ่งเป็นพื้นที่ของ สน.พญาไท หลังจากที่มีการแจ้งความในข้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายไว้ที่ สน.ดุสิต
ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายที่ สน.ดุสิต พนักงานสอบสวนได้แนะนำให้ตนเองมาที่ สน.พญาไท เพื่อแจ้งข้อหาชนแล้วหนีเพิ่มเติมกับคู่กรณี เนื่องจากว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นของพื้นที่ สน.พญาไท เพราะจุดกลับบริเวณที่เกิดเหตุการณ์เกาะรถแยกอู่ทองใน พื้นที่ของ สน.ดุสิต
ซึ่งก่อนที่จะเดินทางมาสน.พญาไท ตนเองได้โฟนอินเข้ารายการ "ล้วงข่าว" ของช่องเนชั่นทีวี และได้พูดคุยกับ อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความชื่อดัง และได้รับคำแนะนำว่าจากการดูคลิปเหตุการณ์สามารถแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าได้ เนื่องจากเป็นการขับรถที่มีความเร็วและเห็นว่าตนเองอยู่บริเวณฝากกระโปรงรถแต่ก็ไม่มีการจอด ทำให้พฤติกรรมเข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งหลังจากนี้ตนเตรียมที่จะเดินทางเข้าไปที่สน.ดุสิตเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนขับซึ่งเป็นคู่กรณีได้
สุดท้ายตนเองอยากฝากถึงคู่กรณีว่าให้มาพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากว่าสิ่งที่ทำลงไปและสถานที่ที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ไม่น่าจะทำได้ (เขตพระราชฐาน) ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา 2 วัน ตนเองไม่มีอาการตกใจแล้ว แต่ยังมีการปวดระบมที่บริเวณซี่โครง และหัวเข่าทั้งสองข้าง