นายประยุทธ เพชรชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้ พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต นัดฟังคำสั่งคดีที่ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก นายศรีสุวรรณ จรรยา กับพวก รวม 5 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเรียกทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวแลกกับการไม่ส่งเรื่องร้องเรียน ว่าได้รัยทราบกจากนายรชต พนมวัน อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปราบการทุจริต ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการรับผิดชอบคดีนี้ แจ้งว่าคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนยังไม่แล้วเสร็จจึงให้ไปฟังคำสั่ง ในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 เวลา09.00น.
ขณะเดียวกัน นายรชตได้พิจารณาเเล้วเห็นว่ากลุมผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนียื่นขออนุญาต ต่อนายสุรพันธ์ กิจพ่อค้า อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตขอไม่ฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมด เเละปล่อยชั่วคราวไป โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีคำสั่งอนุญาตไม่ฝากขังให้ปล่อยตัวชั่วคราวและให้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนด ในวันที่ 28 สิงหาคม 2567
สำหรับคดีนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายยศวริศ นายศรีสุวรรณ กับพวก มีพฤติการณ์เรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริต จนนำไปสู่การ จับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมด โดยนายยศวริศ กับพวก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งหมด คนละ6 ข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวน กองปราบปราม นำสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหา มาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2567 ที่ผ่านมา
ซึ่งคดีนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน วันนี้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนความเห็นมาส่งยังพนักงานอัยการ ซึ่งพอรับสำนวนไว้อัยการก็อนุญาตให้ประกันตัวต่อ เเต่การปล่อยชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 113 ระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันจะต้องไม่เกิน6 เดือนนับตั้งเเต่วันถูกจับ ซึ่งกฎหมายบอกว่าถ้าเกิน 6 เดือนซึ่งจะครบวันที่ 26 ก.ค.นี้ อัยการยังไม่มีคำสั่ง หรือสั่งไม่การจะปล่อยชั่วคราวต่อไปจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตฯ หรือไม่เช่นนั้นจะต้องนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 87 ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจอัยการว่าจะใช้วิธีใด