svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย

บช.ก.สนธิกำลัง กองปราบฯ ส่งทีม "หนุมาน" เปิดปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ สปก. กว่า 600 ไร่ จับเจ้าหน้าที่ สปก.โคราช และผู้เกี่ยวข้อง 13 ราย ทุจริตเอื้อประโยชน์โรงงานแป้งมัน ปล่อยน้ำเสียลงที่ดิน

20 มิถุนายน 2567 จากกรณีชาวบ้าน นักเรียน พระภิกษุ ในพื้นที่ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากการปล่อยน้ำเน่าเสียของโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหรังรายใหญ่แห่งหนึ่ง โดยไม่ผ่านการบำบัดน้ำเสีย มาเป็นระยะเวลายาวนาน ร้องขอความช่วยเหลือจาก นายกฤษฎา อินทามระ "ทนายปราบโกง" จึงลงพื้นที่ เริ่มลงมือตรวจสอบพฤติการณ์ของโรงงานแห่งนี้ตั้งแต่กลางปี 2566 

ต่อมาพบความผิดปกติว่า โรงงานแป้งมันแห่งนี้ได้ทำการลักลอบปล่อยน้ำเสียโดยที่ไม่ผ่านการบำบัดลงในที่ดินข้างเคียงจำนวนนับร้อยไร่ โดยขุดเป็นบ่อขนาดใหญ่นับสิบบ่อ  ปล่อยให้น้ำเสียบำบัดเองตามธรรมชาติ มีการใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ถ่ายเทน้ำเสียจากบ่อหนึ่งไปอีกบ่อหนึ่ง 

สภาพน้ำเสียที่เห็นพบว่าไม่สามารถที่สิ่งมีชีวิตทั้งสัตว์และพืชจะอาศัยอยู่ได้ นอกจากนี้ยังพบว่าที่ดินที่โรงงานแป้งมันลักลอบปล่อยน้ำเสียน่าเชื่อว่าเป็นที่ดิน สปก.
บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย

จากนั้น นายกฤษฎา จึงนำเรื่องร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางจังหวัดนครราชสีมาเรื่อยมา แต่ยังพบว่ามีการดำเนินการตรวจสอบในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับทางโรงงานแป้งมันมาตลอด

นายกฤษฎา จึงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พงส.บก.ปปป. บช.ก. ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่หลายนายที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตาม ม.157
บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย
ต่อมา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่งตั้งนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็น ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ก่อนจะร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้ที่ดิน สปก.ใน จ.นครราชสีมา จนพบว่ามีนายทุนรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา แอบอ้างสิทธิฯ ทำกิน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีขุดดิน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ม.3 (15) 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและดำเนินคดีกับนอมีนี 13 รายที่ถือครองแทนนายทุนรายใหญ่รายนี้ ก่อนจะขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 13 ราย และ หมายค้น 4 แห่ง
บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย

ล่าสุด เช้ามืดวันนี้ (20 มิ.ย.67) เวลา 05.30 น. ที่ศูนย์ฝีกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 (จอหอ) อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ "บิ๊กเต่า" รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พร้อมด้วยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ นายกฤษฎา อินทามระ "ทนายปราบโกง" นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ เจ้าหน้าที่ บก.ทล. เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 13 จุด ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา อุดรธานี และ กรุงเทพฯ เพื่อจับกุมผู้ต้องหาขบวนการทุจริตออกใบอนุญาตที่ดิน สปก. ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา 4 ราย ประกอบด้วย

  • นายอัครเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา
  • นางวิไลลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่นิติกรชำนาญการพิเศษ
  • นายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี นายช่างสำรวจอาวุโส 
  • นายโชคศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี นายช่างรังวัด 

ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”
บช.ก.สนธิกำลัง บุกจับ เจ้าหน้าที่ สปก.โคราช เอื้อโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสีย

เปิดแผน ประทุษกรรม 
สำหรับแผนประทุษกรรมของกลุ่มเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะอยู่กระบวนการขั้นออกหนังสือ ส.ป.ก.ให้กับชาวบ้านเพื่อใช้เป็นนอมินี หลังพบความผิดปกติหลายอย่าง อาทิ ไม่ได้มีการรังวัดที่ดิน ตามการนำชี้ของผู้ครอบครองทำประโยชน์ แต่เป็นการแบ่งแปลงเองของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. รวมถึงวันที่มีการรังวัด สอบสวนสิทธิที่ดินกว่า 600 ไร่ นั้น ยังทำภายในวันเดียวกัน อีกทั้งยังพบว่ามีการให้เกษตรกร ที่เป็นผู้ถึอครองแทน หรือ นอมินี ลงนามรับรองผลการรังวัดไว้ก่อนที่จะมีการรังวัด จากนั้นจึงจัดทำเอกสารเท็จขึ้นมา

นอกจากนี้ยังพบว่า ไม่มีการตรวจสอบความเป็นเกษตรกรของผู้ที่จะเข้ามาถือครอง ซึ่งบางรายพบว่าเป็นพนักงานโรงงาน บางรายไม่มีคุณสมบัติชัดเจน เช่นไม่ใช่ญาติของผู้กระจายสิทธิ และไม่ได้เป็นเกษตรตามข้อกำหนด อีกทั้งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพที่ดินที่ ออกเป็น ส.ป.ก.4-01 นั้น ส่วนใหญ่พบเป็นบ่อน้ำเสียเต็มพื้นที่ ไม่เหมาะสมในการนำมาจัดให้เกษตรกร รวมถึงยังพบร่องรอยการลงนามเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ มีการเร่งรัดข้ามขั้นตอน และบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ

เป้าหมายสำคัญจุดแรกอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายปรีชา หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่นายช่างสำรวจอาวุโส แต่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักปรากฎเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน

จากการสอบถามคนในบ้านทราบว่าออกจากบ้านพักไปตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยไปวิ่งออกกำลังกายอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อยู่ห่างจากบ้านพักราวๆ 6 กิโลเมตร จึงนำกำลังตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว ส่วนรายละเอียดการเข้าตรวจค้นจับกุมในจุดอื่นๆจะมีการสรุปผลแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ด้าน นายกฤษฎา ทนายปราบโกง ที่มาร่วมตรวจค้นจับกุมนายปรีชาอดีตหัวหน้ากลุ่มงานรังวัดอาวุโส สปก.นครราชสีมา จนเกือบถูกทำร้าย ได้แค่ถลึงจ้องหน้า กล่าว่า ตนได้ติดตามรวบรวมข้อมูลดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว จนมีโอกาสมาร่วมงานกับทีมงานของนายธนดล ช่วยขยายผล จนพบเห็นการกระทำผิด มีการลักลอบขุดดิน และปล่อยน้ำเสีย ลงที่ดิน สปก.

จนมาถึงวันนี้มีการจับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดี ก่อนจะเรียกคืนที่ดินสำหรับทำการเกษตรจำนวนมากกลับคืนมาให้รัฐแจกจ่ายเกษตรกรได้ใช้งานตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงต่อไป

จากการทำงานพบปัญหาอุปสรคที่ผ่านมาคือไม่ได้รับความเป็นร่วมมือจากข้าราชการในท้องที่ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ทันที ก่อนคณะทำงานขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดินมาตรวจสอบจึงสำเร็จ