ย้ำว่าทุกเรื่องที่ตนเองดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่มาจากการทำงานในขณะนั้น แต่ในบางเรื่องก็ให้ประสบการณ์ตนเองว่า ต้องสู้บ้าง ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะมีความเห็นอย่างไร มองว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ถ้าเลือกได้ในวันนี้จะเลือกสู้มากกว่า จะไม่ยอมรับสารภาพ
แต่เมื่อคดีมาถึงวันนี้คาดว่าเรื่องน่าจะจบแล้ว เพราะมาวันนี้ตนเองมาขอความเมตตาในการพิจารณาจากศาลเพียงเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากศาลพิพากษาให้จำคุก ก็ได้ทำใจมาแล้วตั้งแต่ในการทำงานเป็นกรรมาธิการการกฎหมาย ว่าต้องพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่าง เพื่อให้ความจริงปรากฏ ดังนั้นการทำงานการเมืองไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ
ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับ "สนธิญา" นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง 27 พ.ค. นี้
จากนั้นนายสนธิญา ได้เข้ารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจศา ลและเข้าห้องเวรชี้ประจำศาลอาญา เพื่อฟังคำสั่ง โดยศาลอาญาพิจารณาแล้ว เห็นว่าได้สอบจำเลยแล้ว แถลงว่าไม่ได้มีเจตนาไม่มาศาลตามกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เนื่องจากจำวันเวลาโดยผิดหลงจากวันอ่านคำพิพากษา จึงขอให้ศาลเพิกถอนหมายจับและขอให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นไปตามที่นัดไว้
พิเคราะห์แล้วกรณีมีเหตุอันสมควร เห็นว่าวันนี้จำเลยมาศาล ไม่มีเจตนาหลบหนีเชื่อว่าจำวันนัดพิพากษาศาลอุทธรณ์ผิดพลาด จึงเห็นควรให้เลื่อนไปอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น. และให้เพิกถอนหมายจับลงวันที่ 25 เมษายน 2567 พร้อมกับมีหนังสือแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป ทั้งนี้กำชับจำเลยให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกำหนดนัดเดิม
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. นายสนธิญา จึงออกมาจากห้องเวรชี้ประจำศาลอาญา พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า มารายงานตัวและก็เข้าไปกราบเรียนกับผู้พิพากษาว่า ไม่มีเจตนาจะหนี เพียงแต่จำวันผิดแล้ว สุดท้ายท่านก็ถอนหมายจับ และให้มาฟังคำพิพากษาวันที่ 27 พฤษภาคม โดยไม่ต้องเสียค่าปรับอะไรทั้งสิ้น
ผมยืนยันที่จะสู้คดีและมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม รู้สึกดีใจที่ศาลกรุณาและเข้าใจการทำงานของผม และเข้าใจว่าตนเองต่อสู้ด้วยความจริง ด้วยความสุจริต ไม่มีอะไรซ่อนเร้นทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ผ่านมาก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าอยากจะฝากบอกอะไรถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ บ้าง นายสนธิญา กล่าวว่า ก็ไม่อยากจะบอกอะไร ท่านเป็นผู้ใหญ่ ตนเองโดยส่วนตัวก็นับถือท่านอยู่ แต่ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการทำงาน ความคิดที่ไม่ตรงกัน เพียงต้องการสื่อให้เห็นหรือหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านจะพิจารณาอย่างไรก็สุดแต่ท่าน
ส่วนตนเองก็ยังมีความเคารพอยู่ตามปกติที่เป็นผู้ใหญ่ของประเทศและตนเองก็เคารพผู้ใหญ่ทุกท่าน และชีวิตคือการทำงานก็พร้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น จากนั้นจึงเดินทางกลับพร้อมกับลูกสาว