วันเดียวกัน "พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว" รอง ผบช.ก. ได้เดินทางไป ที่ อาคารศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าพูดคุยกับ "นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลในโลกโซเชียลฯ ว่าเมื่อเดือน ก.ค. 2565 ในช่วงที่นายธนกฤต ดำรงตำแหน่งเลขานุการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถูกกลุ่มบุคคลเข้าไปพูดคุยและร้องเรียนเพื่อหวังจะตบทรัพย์
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ได้รับการประสานมาจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต ว่า อยากจะช่วยเหลือในการทำงานคดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ของตำรวจ บก.ปปป. ในประเด็นการขยายผลวงนักร้อง ซึ่งจากการพูดคุยเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก และตรงต่อข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่ ซึ่งหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการต่อ
ส่วนหน่วยงานราชการที่ถูกรังแก หรือ ประสบเจอปัญหาอย่างกรณีการเรียกทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวและไม่ได้รับความเป็นธรรม สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้เพื่อที่จะกำจัดเหลือบไร คือ ต้องร่วมมือกับตำรวจ โดย นายกองตรี ดร. ธนกฤต มองเห็นในความไม่ยุติธรรมเรื่องดังกล่าว จึงขอให้ข้อมูลการขยายผลในคดี ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องเชิญ นายกองตรี ดร. ธนกฤต ไปสอบปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยานอย่างเป็นทางการในภายหลัง
ด้าน นายกองตรี ดร. ธนกฤต กล่าวว่า การร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ ที่หน้าศูนย์ร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล หลังจากนี้ต้องฝากไปถึงวงการนักร้อง ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการเข้ามาร้องเรียนที่แห่งนี้ ซึ่งตนได้ประสบด้วยตนเอง มีข้อมูลและไทม์ไลน์ที่ชัดเจน วันนี้จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ที่เหลือคงเป็นการให้ข้อมูลช่วยเหลือในด้านคดีกับตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้หวังว่าจะมีมาตรการหรือข้อกฎหมายในการร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ เข้ามาควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และไม่ให้เป็นการร้องเรียนกันไปมาโดยไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนกับนักร้องทั้งหลาย และเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ
นอกจากนี้ วันเดียวกัน "นายเสกสกล อัตถาวงศ์" หรือ "แรมโบ้อีสาน" ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงบุคคลที่มีชื่อย่อ นาย อ. ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว
โดยนายเสกสกล ระบุ วันนี้มาเพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีของตนเองที่เคยแจ้งความไว้ในหลาย สน. ตั้งแต่ปี 2565 -2566 ในคดีที่ถูกกรรโชกทรัพย์ และหมิ่นประมาท และเคยไปแจ้งความไว้รวมทั้งหมด 6 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นาย อ. หนึ่งในผู้ต้องขบวนการตบทรัพย์ เพราะคดียังไม่มีความคืบหน้า และเป็นคดีลักษณะเดียวกัน คือ มีผู้กระทำความผิดคือ นาย อ. เหมือนกัน ส่วนรายละเอียดคดีขอปรึกษา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ก่อน แต่ที่อยากให้เร่งรัดการดำเนินคดีเพราะบุคคลนี้ เพราะมีพฤติกรรมซ้ำซาก และมองว่าคน ๆ นี้ เป็นอันตรายต่อสังคม และเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้ใช้พฤติกรรมไปกระทำแบบที่ตนเองโดนกระทำ จนน้ำตาตกใน รู้สึกเจ็บปวดมาก
"ที่ผ่านมาเขาคุกคามผม ขนาดผมเป็นถึงผู้ช่วยนายกฯ ยังโดนกระทำ แล้วประชาชนตาสี ตาสา ประชาชนคนธรรมดาทั่วไป เขาจะอยู่กันยังไง ไม่อยากให้พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้น และไม่อยากให้คนคนนี้ มีที่ยืนในสังคมไทย และผมเองก็ได้เอาข้อมูลที่มีทั้งหมดมายื่นให้ และให้เร่งรัดดำเนินคดี มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ รวมถึงหลักฐานที่มี เช่น คลิปเสียงที่เคยบันทึกไว้ด้วย" นายเสกสกล ระบุ
นายเสกสกล ยังกล่าวอีกว่า นาย อ. มากรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ตบทรัพย์ตนเองทุกรูปแบบ จนตนเองทนไม่ไหว ต้องไปแจ้งความ และปรึกษาผู้ใหญ่หลายคน และยืนยันว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนตัวเลขที่ตนเองถูกกรรโชกทรัพย์ หลักหลายแสนบาท ตั้งแต่ปี 65 ต่อเนื่องปี 66 และพฤติกรรมของ นาย อ. ก็ไม่หยุด และตนเองยังถูกคุมคามตลอด
"ไม่หยุดจะเอาให้ได้ พอไม่ได้ก็จะไปร้องคนโน้นคนนี้ ให้มีตัวละครใหม่มาเล่นงานผม อย่างในปี 66 ก็มีไปชวนหน้าใหม่ นาย ว. มาใส่ร้ายผมอีก และกรณีนี้เคยเป็นข่าว และผมเองเคยแถลงข่าวตอบโต้ไปแล้วที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงเคยเตือนแล้วว่า ระวังถูกนาย อ. ใช้เป็นเครื่องมือ และในฐานะที่ยืดหยัดเรื่องความถูกต้องชอบธรรม ว่าพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ไม่ต่างจากแก๊งตบทรัพย์ แก๊ง 18 มงกุฎ เคยพูดไป ก็ไม่มีใครฟัง และข่าวก็เงียบไป" นายเสกสกล ระบุ
สำหรับคดีของตนนั้น ไม่มี นาย ศ. ส่วนมี นาย จ. หรือไม่ ยังไม่ขอตอบแต่อยู่ในกระบวนการสอบสวนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยังไม่ขอตอบรายละเอียดในสำนวน ขอให้การกับเจ้าหน้าที่ก่อน และในตอนนั้น ตนเองก็อยากจะใช้วิธีล่อจับเหมือนกัน แต่เทคนิควิธีการขอให้ข้อมูลกับตำรวจก่อนเช่นกัน
นายเสกสกล ยืนยันว่า วันนี้ไม่ได้มาเปิดหน้าชน แต่ในฐานะผู้ถูกกระทำ และนำสิ่งที่ไม่ชอบมาทำกับตนเอง ตนจึงอยากให้เอาคนผิดที่ตบทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมายไม่อยากให้ไปทำกับใคร และเชื่อว่า พยานหลักฐานที่ตนเองมี ได้ให้ไว้ตอนแจ้งความที่ สน.หมดแล้ว และเป็นรายละเอียดที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้เลย
ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่เป็นของการถูกกรรโชกทรัพย์ ก่อนที่ จะนำเอกสารหลักฐานเข้าไปให้ข้อมูลกับรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและชุดสืบสวน พร้อมระบุว่า หลังพูดคุยกับตำรวจแล้ว จะมาเปิดเผยรายละเอียดที่ถูกตบทรัพย์ให้สื่อมวลชนรับทราบอีกครั้ง
นอกจากนี้ "นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์" อธิบดีกรมการข้าว ยังได้เดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดีตบทรัพย์ ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ชั้น16 เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาขบวนการตบทรัพย์ได้แล้วรวม 4 ราย และอยู่ระหว่างการขยายผลเตรียมขอหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายหลังการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนช่วงเย็นวันนี้
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มาเชิญ อธิบดีกรมการข้าว ที่บริเวณห้องทำงานชั้น 16 ไปพูดคุยที่บริเวณห้องทำงานชั้น 27
ซึ่งจากการสอบถาม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ว่ามีการเรียกมาให้ข้อมูลเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น โดยระบุเพียงว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปเยอะแล้ว ที่เรียกอธิบดีกรมการข้าวมาพูดคุย ก็จะพูดคุยทุกเรื่อง พร้อมยืนยันว่า "ไม่มีถอย"
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามอธิบดีกรมการข้าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เรียกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมประเด็นใดบ้าง เจ้าตัวไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้ม
เมื่อถามว่า สบายใจขึ้นหรือไม่ ก็ตอบเพียงสั้นๆว่า "ไม่มีอะไร" และก็ยิ้มให้กับนักข่าว
ป.ป.ช.ร่วมมือ ปปป.ตร.ลุยตรวจสอบแก๊งตบทรัพย์อธิบดีกรมข้าว
ด้านนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เท่าที่ทราบเรื่องนี้ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้แล้ว มีบางคนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายหรือไม่ โดย ป.ป.ช. และมอบหมายให้ ปปป.ตร. รับไปดำเนินการ ป.ป.ช. เข้าไปร่วม เช่น กรณีการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม การค้น อายัด วัตถุของกลางในระบบ
“ทราบข่าวว่า กำลังแกะข้อมูลอยู่ และข้อมูลนั้นอาจมีความเชื่อมโยงในหลายเรื่อง มีผู้เกี่ยวข้องหลายคนที่อาจเสียหาย แต่ไม่มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม มีการประชุมตลอด ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็กำลังแกะกันอยู่” นายนิวัติไชย กล่าว
เมื่อถามว่า “เจ๋ง ดอกจิก” ยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ป.ป.ช.จะต้องไปตรวจสอบเชิงลึกต่อหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ตอนนี้ ป.ป.ช. มอบให้ ปปป.ตร. ไปแล้ว โดยเขาขอข้อมูลดูว่า คำสั่งให้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีหรือไม่ แต่ตนก็ยังไม่เห็น จึงมอบให้ ปปป.ตร. อาจขอหน่วยงานเกี่ยวข้องว่า มีคำสั่งหรือไม่ ให้พ้นไปเมื่อไหร่ อย่างไร ต้องเปรียบเทียบดู