ส่วนกรณีของผู้เสียชีวิต ลูกให้การกับตำรวจว่า เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายได้เจอกับผู้เสียชีวิต เนื่องจากผู้เสียชีวิต มีเพื่อนรุ่นพี่อยู่ ม.3 ตอนนั้นผู้เสียชีวิตไปหาเพื่อนรุ่นพี่ และเจอกับลูกชาย และเรียกลูกชายไปนั่งข้าง ๆ เมื่อลูกชายไปนั่ง ผู้เสียชีวิตขอให้ลูกชายร้องเพลงให้ฟังหน่อย แต่ลูกชายบอกร้องไม่เป็น ผู้เสียชีวิตจึงตบลูกชายตนด้วยหลังมือ หลังจากนั้นลูกชายก็พบกับผู้เสียชีวิตอีก 2 ครั้ง มีการตบลูกชายด้วยแหวนรุ่น และยึดคีการ์ดเข้าห้องพักไป รุมทำร้ายลูกชายตนเสร็จ แล้วจึงยอมคืนคีการ์ดให้
นอกจากนี้ หรือแม้กระทั้งการเข้ามาขอเงินลูกชายตน 20 บาท อ้างว่าจะเอาไปซื้อบุหรี่ สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับลูกชายอย่างมาก จนกระทั้งเมื่อวันเสาร์ลูกชายขอเงินย่า อ้างว่าจะไปซื้อขนม แต่กลับเอาไปซื้อมีดเพื่อมาก่อเหตุในวันดังกล่าว
ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าลูกตนเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ จนถึงตอนนี้ตนก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะเมื่อตอนที่ลูกเด็กๆประมาณ อนุบาล 2 ครูประจำชั้นได้แจ้งตนว่า ลูกอาจจะเป็นไฮเปอร์ให้ลองพาลูกไปตรวจ ตนจึงพาลูกไปตรวจหลังจากหมอตรวจก็ไม่ได้มีการนัดไปทำการรักษา ตนจึงเข้าใจว่าลูกไม่ได้เป็นอะไร เพราะไม่มีพฤติกรรมที่จะเป็นเด็กพิเศษเลย ไม่มีอาการย้ำคิด ย้ำทำ ไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เรียนเก่งมาโดยตลอด แต่จะเป็นคนเก็บตัว ชอบเล่นคนเดียว เล่นกับหุ่นยนต์ มีเพื่อนน้อย แต่คิดว่าอาจจะเป็นแค่ลักษณะนิสัยส่วนตัวเท่านั้น
ทั้งนี้ จนกระทั้งเมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 2566 ครูที่โรงเรียนแจ้งว่าลูกมีอาการแปลก ชอบออกมาเดินนอกห้อง ไม่เข้าเรียน หรือเดินวนอยู่ในห้อง ให้พาลูกไปตรวจ ตนจึงได้ติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่มีสิทธิ 30 บาท ที่ลูกสังกัดอยู่ แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีหมอทางด้านจิตเวช จึงให้ตนพาลูกไปรับคำปรึกษาจากคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตนจึงได้โทรไปสอบถาม แต่ได้คำตอบว่าต้องมีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลระดับปฐมภูมิก่อน ตนจึงตั้งใจจะพาลูกไปขอใบส่งตัว แต่เนื่องจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว จึงได้หารือกับพ่อของลูกว่า สิ้นเดือน ม.ค. 2567 ถ้าเงินเดือนออกจะพาลูกไปหาหมอ แต่กลับมาเกิดเรื่องเสียก่อน
"ยอมรับว่าสิ่งที่ลูกทำเป็นสิ่งที่ผิดมาก เขาต้องได้รับผลที่เขากระทำ และที่ออกมาพูด ไม่ได้ต้องการจะใส่ร้ายคนตาย เพราะเขาไม่สามารถมาโต้แย้งอะไรได้แล้ว แต่ที่ออกมาสื่อสาร คือ คำที่ลูกบอกกับตำรวจ วนไปวนมา พูดเรื่อง ซ้ำ ๆ เดิม ๆ หลายครั้ง ตอนนี้ลูกชายสภาพติดใจแย่มาก เครียดจนหมอต้องให้ยา เพื่อให้เขานอนหลับ เห็นโซเชียลด่าลูกด้วยถ้อยคำต่าง ๆ นานา ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องก็เกิดขึ้นจริง แต่ที่ออกมาพูดก็เพื่ออยากทำหน้าที่แม่คนหนึ่ง ที่พอจะสามารถบอกเล่าเรื่องที่ลูกเจอ แต่ยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนตัวและพ่อของลูกเสียใจกับเรื่องนี้มาก อยากจะติดต่อไปที่ญาติผู้เสียชีวิต อยากจะขอโทษเขาจริง ๆ อยากจะชดใช้ให้เขาเท่าที่จะทำได้ให้ดีที่สุด อยากจะไปงานศพ อยากจะไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง" แม่ของเด็กผู้ก่อเหตุ ระบุ
แม่เด็กเสียชีวิตรับศพนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา
ขณะที่ บรรยากาศการรับศพเด็กนักเรียน ชั้น ม.2 ที่ถูกเพื่อนแทงคอเสียชีวิตในโรงเรียน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ของเด็กผู้เสียชีวิต พร้อมครอบครัว และญาติ รวมถึงคณะอาจารย์ของโรงเรียน ได้เดินทางไปรับศพ ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา
โดยแม่ของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า และได้ขอติดต่อรับศพลูกชายตามขั้นตอน พร้อมทั้งเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ลูกชาย และไม่ได้ตอบคำถามหรือพูดคุยใดๆกับสื่อมวลชน ซึ่งโดยภายหลังจากที่ทำการรับร่างแล้วนั้น จะนำร่างของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เพื่อพาดวงวิญญาณกลับบ้าน และนำร่างไปประกอบพิธีทางศาลนา ที่วัดทองใน ย่านอ่อนนุช กรุงเทพ
ภายหลังจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โรงเรียนนานกว่า 3 ชม. แม่ของผู้เสียชีวิตยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะยังตกลงกับทางโรงเรียนไม่ได้ และตนยังคงรู้สึกเสียใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ โดยเมื่อวาน ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็อยากให้เขามาขอขมาศพของลูกชาย และอยากเรียกความยุติธรรมคืนให้กับลูก
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า อยากให้มีมาตราการความปลอดภัยในโรงเรียนเพิ่มขึ้นไหม แม่ตอบสั่นๆว่า "ใช่"
ขณะที่ ต่อมาเวลา 13:45 น. แม่และญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมผู้อำนวยการโรงเรียนและครูในโรงเรียน ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดทองใน จำนวน 1 รูป มาอัญเชิญดวงวิญญาณเด็กที่เสียชีวิต ยังจุดเกิดเหตุภายในโรงเรียน ซึ่งระหว่างการทำพิธี พ่อและแม่ต่างมีอาการโศกเศร้า พร้อมกับหลั่งน้ำตา
ด้าน พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยผ่านโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า การตรวจสุขภาพจิตของเด็กที่ก่อเหตุนั้น แพทย์ระบุว่า จากการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นพูดคุยได้ปกติ จากนี้ต้องรอความเห็นจากแพทย์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรอแพทย์เจ้าของไข้ เซ็นให้ออกจากโรงพยาบาลที่มีการส่งตัวไปตรวจสภาพจิตตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ ซึ่งเมื่อแพทย์เจ้าของไข้ มีการเซ็นปล่อยตัวก็จะนำตัวเยาวชนอายุ 14 ปีรายนี้ ไปขออำนาจศาลเด็กและครอบครัวกลางทำการฝากขังต่อไป