- การทำงาน เน้นการทำงานแบบบูรณาการทำงาน ร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อ งานที่ดี
- ทำแผนการปฏิบัติเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน
- ทำรายงานการสืบสวน เข้าค้นบ้านเป้าหมายทุกวันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
- อุปกรณ์ในการทำงาน การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด อุปกรณ์ตรวจสารเสพติด ต้องเตรียมพร้อม
- ในเวลากลางวัน เน้นงานชุมชนสัมพันธ์เป็นหลัก หลังเวลา 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มักเกิดเหตุ ทุกฝ่ายต้องเข้มงวดมากกว่าเดิม ห้ามไม่ให้มีเหตุอีก
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค.67 ตำรวจสภ.อรัญประเทศ นำโดย
พ.ต.อ.ชัยพงษ์ บุญด้วง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สระแก้ว รักษาราชการแทนผู่กำกับสภ.อรัญประเทศ ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อกวาดล้างกลุ่มเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ และป้องปรามเหตุอาชญากรรม
โดยได้แบ่งกำลัง 3 ชุด เพื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย จุดแรก ไปยังร้านริมทาง ที่คาดว่าจะมีการขายน้ำกระท่อม แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และเจ้าของร้านระบุว่า เปิดร้านมาปีกว่าๆ ที่ร้านไม่เคยอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าร้าน
จากนั้นไปยังร้านที่เคยมีภาพปรากฎว่า กลุ่มผู้ต้องหาคดี "ป้าบัวผัน" และสมาชิกในกลุ่ม "ตังค์ไม่ออก" เคยไปนั่งดื่มกิน แต่ปรากฏว่า ร้านดังกล่าวไม่ได้เปิดให้บริการ
ส่วนจุดที่3 ไปยังชุมชนที่อยู่ใกล้กับบ้านของ แบงค์ หนึ่งในผู้ต้องหา แต่พบกลุ่มวัยกลางคนนั่งดื่มกินภายในบ้าน ไม่พบเยาวชน
ขณะที่ เจ้าหน้าที่อีกชุด ไปตรวจสอบชุมชนแห่งหนึ่งปรากฏว่า พบกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นเยาวชน รวมตัวกันกว่า10 คนทั้งชายและหญิง รวมถึงพบน้ำกระท่อมภายในบ้าน 1 ขวด จึงได้ทำการตรวจยึด และคุมตัวมาทำประวัติไว้ รวมถึงยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 7 คัน ก่อนจะให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับบ้าน
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บอกว่า สาเหตุที่เข้าตรวจค้นในจุดต่างๆ เนื่องจาก พบวัยรุ่นมั่วสุมกันหลายกลุ่มในพื้นที่ จึงประสานนำกำลังเข้าปฏิบัติการ เพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่
และกล่าว ขอน้อมรับความผิดพลาด พร้อมขอโทษประชาชน จ.สระแก้ว สำหรับเหตุที่เกิดขึ้น กับการกระทำของเพื่อนตำรวจที่มีต่อ "ลุงเปี๊ยก" ยืนยันว่า จะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงให้เกิดความยุติธรรม ส่วนคดีความที่เกิดขึ้นจากแก๊งวัยรุ่นในพื้นที่ทั้งคดีเก่า และที่เข้ามาแจ้งความเพิ่มจะดำเนินการเร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด
สิ่งที่เกิดขึ้นกับตำรวจ คล้ายกับตอนจบในหนังไทย ที่มาตอนทุกอย่างคลี่คลายแล้ว หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญต่างๆ ก็จะออกมาตรการ "ล้อมคอก" พอคดีซาลงไม่ได้รับความสนใจจากประชาชน ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก วนเวียนเป็น "วัฏจักร" เช่นนี้ ตำรวจมีไว้ทำไม?