เนชั่นทีวี

ข่าว

ปธ.ศาลฎีกา เปิดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นคำร้องฟรี ทำได้ทั่วประเทศ

19 ธ.ค. 2566 | katatep_lue

ปธ.ศาลฎีกา เปิดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นคำร้องฟรี ทำได้ทั่วประเทศ

"อโนชา" ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการส่งเสริมไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นศาลชั้นต้นทั่วประเทศไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้กับคดีแพ่งทุกประเภท-คดีอาญายอมความได้ จบกระบวนการแบบ One Stop Service

19 ธันวาคม 2566 ที่ห้องประชุม Ballroom ชั้น 5 โรงแรมเอส 31 สุขุมวิท นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กิจกรรมที่ 4 การประชุมเชิงปฏิบัติการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน มีหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ปธ.ศาลฎีกา เปิดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นคำร้องฟรี ทำได้ทั่วประเทศ
นางอโนชา กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย กอปรกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เข้ามาซ้ำเติม ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงานและวิถีชีวิตของประชาชน ในวงกว้าง ทำให้ผู้ประกอบการต้องหยุดดำเนินกิจการ หยุดค้าขายและเลิกจ้างงาน ประชาชนต้องประสบกับปัญหาการขาดรายได้หรือมีรายได้ลดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว จึงต้องกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีพหรือประกอบอาชีพ ทำให้มีภาระหนี้สินเพิ่มสูงขึ้น และมีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจากการชำระหนี้ เป็นวิกฤตหนี้สินภาคประชาชน ก่อให้เกิดข้อพิพาททางแพ่ง ข้อพิพาทแรงงาน และข้อพิพาททางอาญาตามมา 

ศาลยุติธรรมจึงส่งเสริมให้คู่กรณีและประชาชนนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีต่อศาล เพื่อลดปริมาณคดีที่จะเข้าสู่ศาลและแก้ปัญหาข้อพิพาทของคู่กรณีให้ยุติโดยเร็วด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย อันสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาประจำปี 2566–2567 “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก” ศาลยุติธรรมพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในโอกาสแรกที่ได้รับความเดือดร้อนหรือมีข้อพิพาทด้วยการส่งเสริมกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกในทุกขั้นตอนเพื่อให้ความขัดแย้งยุติลงด้วยความสมานฉันท์และ ไม่ก่อภาระค่าใช้จ่ายแก่คู่ความ 

โดยการเข้าใช้บริการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาลยุติธรรม คู่กรณีสามารถนำข้อพิพาททางแพ่งทุกประเภทโดยไม่จำกัดจำนวนทุนทรัพย์รวมถึงความผิดอาญาบางประเภทอันยอมความได้ อาทิ ฉ้อโกง บุกรุก ยักยอก หมิ่นประมาท ทำให้เสียทรัพย์เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องได้ โดยยื่นคำร้องด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หรือยื่นคำร้องผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ทางเว็บไซต์ mediation.coj.go.th ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่าย คู่กรณีไม่มีประวัติการถูกฟ้องคดี ซึ่งหากคู่กรณีตกลงกันได้และมีความจำเป็น สามารถยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอม หรือเมื่อคู่กรณีไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมสามารถบังคับคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องคดีอีก และยังสามารถรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างคู่กรณี 

นอกจากนี้ กรณีที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลงแล้วคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ หากปรากฏว่าอายุความครบกำหนด ไปแล้วหลังจากยื่นคำร้องหรือจะครบกำหนดภายใน 60 วันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง ให้อายุความขยายออกไปอีก 60 วันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง โดยกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องสามารถดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้นและมีคำพิพากษาตามยอม จนจบกระบวนการได้ที่ศาลชั้นต้นทั่วประเทศแบบ One Stop Service
ปธ.ศาลฎีกา เปิดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นคำร้องฟรี ทำได้ทั่วประเทศ
ขณะที่ นายอดุลย์ ขันทอง ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง กล่าวว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง เป็นนโยบายของประธานศาลฎีกาที่ต้องการให้ศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่งแรกของประชาชนที่มีปัญหาข้อพิพาทในทุกๆเรื่อง สามารถยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยก่อนก่อนฟ้องศาล

ซึ่งศาลยุติธรรมได้จัดให้มีการดำเนินการได้ทั่วประเทศปัจจุบัน เพราะประธานศาลฎีกาเห็นว่าปัจจุบันสภาพ สังคมแวดล้อมเศรษฐกิจ หลายๆอย่างทำให้เกิดคดีความฟ้องร้องต่อศาลเป็นจำนวนมากปีนี้ก็คงประมาณ 2 ล้านคดี ก็เลยคิดว่าถ้ากระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตาม ป.วิเเพ่งมาตรา 20 ตรี มาอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ก็จะลดปริมาณคดีก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอย่างเป็นรูปธรรม

กระบวนการดังกล่าว ประชาชนสามารถดำเนินการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เมื่อตกลงกันได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทันที ดังนั้น กระบวนการดังกล่าวถือว่า เป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งศาลทั่วประเทศตอนนี้เรามีศูนย์ไกล่เกลี่ยอยู่ในทุกศาลทั่วประเทศอยู่แล้ว หากประชาชนมีปัญหาหรือข้อพิพาทไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้หรือใครก็แล้วแต่ที่มีปัญหาข้อพิพาทใดๆ สามารถยื่นต่อศาลยุติธรรมได้ที่ทั่วประเทศ เรามีผู้ประนีประนอมพร้อมที่จะให้บริการกับประชาชนที่มีปัญหาข้อพิพาทในทุกๆเรื่อง

โดยสามารถเข้าไปติดต่อได้ที่ศูนย์ไกล่เกลียข้อพิพาทประจำศาลเรามีทุกศาล ซึ่งประชาชนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก เราก็ได้ประสานประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็อยากจะบอกว่า ถ้ามีปัญหาข้อพิพาทนี้ให้ใช้กระบวนการไม่มีค่าใช้จ่ายและมีประสิทธิภาพตกลงกันได้ หากไม่ปฏิบัติตามสามารถบังคับคดีได้ทันที

นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า ประชาชนที่มีปัญหาหรือผู้มีคำร้องขอไกล่เกลี่ย เราก็จะเเจ้งคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเข้าสู่กระบวนการ หากอีกฝ่ายตกลงก็จะให้ผู้ประนีประนอมประจำศาลเข้าไปไกล่เกลี่ยในคดี ถ้าไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ก็จะมีผู้พิพากษาคอยดูเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ว่าเป็นไปตามเจตนารมย์ของคู่กรณี ถูกต้องสุจริตเที่ยงธรรมไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ถ้าถูกต้องหมดศาลก็จะให้คู่กรณีลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าคู่กรณีต้องการให้ศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็สามารถเเจ้งศาลให้มีคำสั่งได้ในวันนั้นเลยตอนมีคำร้องเข้ามาไม่ได้ฟ้องคดี แต่สุดท้ายตกลงกันได้ศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความตรงนั้นให้ไปเลย 

อย่างปัญหาหนี้สินฟ้องร้องกันกับธนาคาร ถ้าต้องมาฟ้องร้องกันก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย แต่กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องสามารถช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ เพราะว่าไม่มีค่าขึ้นศาล ธนาคารหรือหน่วยงานสามารถยื่นคำร้องตรงนี้ตกลงกันได้ สามารถที่จะขอศาลมีพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็จะช่วยลดระยะเวลาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของลูกหนี้และเจ้าหนี้แน่นอน
ปธ.ศาลฎีกา เปิดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ประชาชนยื่นคำร้องฟรี ทำได้ทั่วประเทศ
ส่วน น.ส.อินทิรา ฉิวรัมย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 1 ซึ่งมาร่วมงานในวันนี้ กล่าวถึงเเนวปฏิบัติการรับนโยบายจากประธานศาลฎีกาว่า เรื่องการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องศาลแรงงานภาค 1 ก็ได้จัดการประชุมเรื่องการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง และมีการตั้งศูนย์เพื่อรองรับการปฏิบัติการ อันดับแรกคือ การดูคดีที่เข้ามาในศาลว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องได้หรือไม่ โดยเราจะพยายามโน้มน้าวผู้ที่จะฟ้องคดีให้เปลี่ยนทิศทางมาเจรจากันก่อน โดยการทำคำร้องขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ก่อนที่จะมีการฟ้อง 

ทั้งนี้ ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมา ก็เพื่อจะได้ประมวลภาพว่า คดีไหนสามารถไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องได้  นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยัง สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่อยู่ใน 9 จังหวัด ซึ่งเป็นเขตอำนาจศาลเเรงงานภาค 1 โดยเฉพาะ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม ที่มีลูกจ้างจำนวนมากนับเป็นล้านคน เราก็คิดว่าในส่วนของสำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน น่าจะมีข้อพิพาทข้อขัดแย้งกันเป็นปริมาณมาก จึงถือโอกาสเชิญชวนให้มาไกล่เกลี่ยก่อนที่จะฟ้องศาล

นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการอื่น เช่น มีการไปบรรยายเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ดังเช่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลแรงงาน ภาค 1ได้มีการไปบรรยายให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงานและการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และก็จะมีบรรยายรอบ2 ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.สมุทรปราการ ภายในวันที่ 29 ก.พ.นี้ เพื่อที่จะเป็นการให้ความรู้และเชิญชวนผู้ประกอบการ ลูกจ้าง นายจ้าง หันมาสนใจการไกล่เกลี่ย ก่อนที่จะดำเนินการฟ้องศาล 

ส่วนเรื่องความพร้อมของบุคลากร เจ้าหน้าที่ศาลแรงงานภาค 1 นั้น ยอมรับว่ายังขาดเเคลนบุคลากรอยู่คนยังไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องพยายามสร้างเเรงจูงใจเเละจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ของเราให้ความสำคัญในการทำงานหนักขึ้น เพื่อประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายประธานศาลฎีกา

ข่าวล่าสุด