เผยขั้นตอนหนี
เช้า 23 ต.ค.66 ตำรวจได้สอบปากคำหญิงสาวที่รับจ้างเฝ้าไข้ เสี่ยแป้ง ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ ถึงขั้นตอนการเข้าถึงตัวเสี่ยแป้งของลูกน้อง ว่า มีการนำอาวุธปืนและกุญแจ สำหรับไขโซ่ข้อเท้าเข้ามา รวมถึง การประสานงานจ่ายค่าแรงเฝ้าไข้ โดยมีผู้เกี่ยวข้องอีก 3 ราย ได้แก่ นายจีรวุฒิ หรือปอย , นายจักรี หรือบิ๊ก และนางยุวเรศ หรือหมวย
หญิงสาว ยืนยันว่า เสี่ยแป้ง นำโทรศัพท์มือถือของเธอไปใช้ และประสานงานให้มีการหลบหนี โดยเสี่ยแป้ง บอกว่า หากสำเร็จจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 2 แสนบาท และบ้านที่ภูเก็ตอีก 1 หลัง แต่ที่ได้จริงตอนนี้คือเงินเพียง 2 พันบาท ที่นางหมวยโอนให้เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังให้ข้อมูลสำคัญกับตำรวจว่า เสี่ยแป้ง ใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจ โดยทำในผ้าห่มเมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค. แล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ วันรุ่งขึ้นได้แจ้งผู้คุมขอเปลี่ยนโซ่ ปรากฏว่า ผู้คุมนำโซ่มาเปลี่ยนให้ มีการพันธนาการแบบหลวมมาก
กระทั่งดึกคืนวันที่ 21 ต.ค. นายปอย ซึ่งมาเฝ้าเสี่ยแป้งอยู่ด้วย โดยทำเนียนปะปนกับญาติคนอื่นๆ ได้ลงไปรับกุญแจจากนายบิ๊ก ด้านล่าง แล้วนำมาส่งให้ หลังจากนั้น เสี่ยแป้งได้ใช้ผ้าห่มคลุมทับ ไขกุญแจจนสำเร็จ แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินลงไปด้านล่างหนีหายไป ส่วนหญิงสาวที่รับจ้างเฝ้าไข้ ด้วยความตกใจยังอยู่ด้านบน จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ทราบเรื่อง
เบื้องต้น ตำรวจพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 4 คน ที่คอยช่วยเหลือเสี่ยแป้งหลบหนี ใช้รถยนต์อย่างน้อย 2 คัน และมีข้อมูลด้วยว่า ตลอดเวลาที่นอนอยู่ในหอผู้ป่วย เสี่ยแป้งได้รับปืนขนาด 9 มม.จากลูกน้องซ่อนติดตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย
ผบ.ตร. ส่งทีม "กองปราบ" ลงพื้นที่ไล่ล่า
หลังเสี่ยแป้งหลบหนีออกจาก รพ. ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ ตำรวจภูธรภาค 8 เร่งรัดติดตามจับกุมนักโทษชายรายนี้โดยด่วน พร้อมสั่งให้ตำรวจกองปราบปรามเข้าสนับสนุนการปฏิบัติ ร่วมกับตำรวจพื้นที่ พร้อมกำชับ ให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากเสี่ยแป้ง ถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ มีประวัติโชกโชน เคยยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว
จากที่กองปราบปราม ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 (บก.สส.ภาค 8) เชื่อว่า เสี่ยแป้งหลบหนีไปได้ไม่ไกล และอาจหลบหนีเข้ามาในเขตอิทธิพลเดิมในพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งยังมีลูกน้องเก่าคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ด้วย
"เสี่ยแป้ง" สับขาหลอกตำรวจ ลวงหนีออกประเทศ
การไล่ล่า เสี่ยแป้ง อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเบาะแสมากมาย ทั้งการพบยานพาหนะ ที่ระบุว่านำ เสี่ยแป้ง หลบหนีไปจอดที่ด่านพรมแดน ทำให้มีการคาดการณ์ว่า น่าจะหลบออกนอกประเทศไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตำรวจสืบสวนภาค 9 เชื่อว่า เสี่ยแป้ง ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ และเชื่อว่า หากมีการพบรถยนต์ ที่บริเวณตะเข็บชายแดน อาจเป็นแผนของทีมงานเสี่ยแป้ง ที่ต้องการลวงให้เจ้าหน้าที่ หยุดการไล่ล่าชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่านักโทษชายคนนี้ ยังกบดานในพื้นที่ประเทศไทย
ตร.ตีวงแคบ จำกัดพื้นที่ล่าตัว "เสี่ยแป้ง" กับพวก
25 ต.ค.66 ปฏิบัติการไล่ล่าตัว เสี่ยแป้ง ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจภูธรภาค 8 กับตำรวจกองปราบ ได้แบ่งงานวางแผนตีวงแคบ จำกัดพื้นที่เป้าหมาย ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสี่ยแป้ง ที่ขณะนั้นคาดว่า จะมีอาวุธปืนยาวร้ายแรงอยู่ในครอบครอง และพร้อมปะทะกับเจ้าหน้าที่ หากมีการเข้าบุกในพื้นที่แหล่งกบดาน ทางตำรวจจึงจะใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษของตำรวจภูธรภาค 9 และภาค 8 ในการเข้าไล่ล่า ขณะที่ตำรวจกองปราบ จะใช้ระบบเทคโนโลยีในการค้นหา
สำหรับพื้นที่ที่พร้อมไล่ล่า คาดว่าเป็นพื้นที่ของ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นแนวเขตป่ารักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด
ด้านคดีเสี่ยแป้งหลบหนีจากการคุมตัว ทางตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ กลุ่มบุคคล และสมุนของเสี่ยแป้ง ที่ให้ความช่วยเหลือ รวม 8 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 7 คน ยกเว้น เสี่ยแป้ง ที่กำลังหลบหนีอยู่
คุมตัวคนส่งเสบียงได้
8 พ.ย.66 มีรายงานว่า ตำรวจสามารถควบคุมตัวชาวพัทลุงคนหนึ่ง มาสอบสวน หลังเดินลงจากป่าเพื่อหาเสบียง โดยเป็นคนนำพาเสี่ยแป้ง ขึ้นไปส่งบนภูเขา เทือกเขาบรรทัด ทำให้ได้ข้อมูลยืนยันว่า เสี่ยแป้ง หลบหนีอยู่ทางทิศตะวันออก ของเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง รอยต่อ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พร้อมอาวุธปืน 3 กระบอก และคนติดตาม
จากการสอบสวน ชาวพัทลุงคนดังกล่าว ยอมรับว่า ลงมาหาเสบียงให้เสี่ยแป้ง โดยนัดกับเสี่ยแป้งในวันที่ 8 พ.ย.66 ช่วงตอนสาย ทำให้ตำรวจมั่นใจ จึงออกไล่ล่าติดตามตัวบนยอดเขา
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ควบคุมตัว ชายวัย 25 ปี ชาว จ.ตรัง หลังได้รับบาดเจ็บ จากการตัดไม้ฟืนเพื่อหุงข้าว ในป่าเขาบรรทัด แล้วเดินลงจากเขาเพื่อรักษาตัว ที่รพ.พัทลุง โดยบอกแพทย์ว่า หนีตำรวจมา จึงได้รับบาดเจ็บ ก่อนตำรวจเข้าควบคุมตัว สอบถาม และจัดเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลไม่ให้หลบหนีออกจาก รพ.
ดวลสนั่นเทือกเขาบรรทัด ยันยังไม่วิสามัญ "เสี่ยแป้ง"
วันเดียวกัน ตำรวจเข้าตรึงพื้นที่รอยต่อเขาบรรทัดเชื่อม 3 จังหวัด ตรัง-พัทลุง-สตูล ระหว่างนั้น มีกระแสข่าวว่า เสี่ยแป้งถูกวิสามัญ เรื่องนี้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาราชการแทน ผบช.ภ.9 ระบุว่า ณ เวลานี้ (ช่วงค่ำ 8 พ.ย.) ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีการวิสามัญเสี่ยเเป้ง
เเต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบ คือ ที่พักพิงชั่วคราวใกล้บ้านในตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โดยพบว่ามีการเตรียมการมาล่วงหน้า เพราะที่พักชั่วคราวเจอเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมพื้นที่ เสี่ยเเป้ง ได้ยิงสวนออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงตอบโต้
จากนั้น เสี่ยแป้ง ได้มีการยิงฝ่าวงล้อมหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ และยึดอาวุธปืนสงครามได้ จำนวน 1 กระบอก
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ ระบุด้วยว่า เท่าที่ทราบ เบื้องต้นคาดว่า เสี่ยเเป้ง วางเเผนการหลบหนีเอาไว้ค่อนข้างดี กรณีหากมีการติดตามตัวพบ และต้องล่าถอยไปยังพื้นที่อื่น ยอมรับว่า อุปสรรคสำคัญของการติดตามคือ เทือกเขาบรรทัดในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ตรัง พัทลุง สตูล มีเนื้อที่กว้างกว่า 100 ตารางกิโลเมตร ทำให้มีเส้นทางการหลบหนีได้หลายทาง
ขอบคุณข้อมูลจาก : คมชัดลึก