31 มกราคม 2566 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้แจ้งข้อหามาตรา 157 พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย 7 ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ตั้งแต่ "ร.ต.อ.-ส.ต.อ." และสั่งย้ายไปช่วยราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม
1 กุมภาพันธ์ 2566 ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จำนวน 6 นาย ถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.สส.บช.น. และถูกแจ้งข้อหา ม.149 ฐานเรียกรับสินบน ส่วนอีก 1 นาย รอดเพราะออกไประงับเหตุนอกพื้นที่
2 กุมภาพันธ์ 2566 พนักงานสอบสวน นำตัว 6 ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ไปฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง โดยศาลไม่ให้ประกัน ชี้ เป็นเรื่องร้ายแรง กระทบภาพลักษณ์กระบวนการยุติธรรมประเทศ หวั่นยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานชั้นสอบสวน
ด้าน พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา (ผบก.น.1 ในขณะนั้น) ลงนามในคำสั่งให้ 6 ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย
30 มีนาคม 2566 อัยการปราบทุจริตยื่นฟ้อง 6 ตำรวจห้วยขวาง ตั้งด่านไถเงินเเลกไม่ดำเนินคดีบุหรี่ไฟฟ้า ดาราสาวไต้หวัน ชี้โทษสูงสุดไม่ใช่แค่คุกตลอดชีวิต แต่กำหนดโทษสูงสุด "ประหารชีวิต"
ทั้งนี้ ภายหลังศาลฯ พิพากษาจำคุก 4 อดีตตำรวจ สน.ห้วยขวาง ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่งเป็นคนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีนี้ ได้ส่งข้อความถึงสื่อมวลชนว่า คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง และเป็นอุทาหรณ์ให้กับตำรวจไทย เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากมาย จึงเป็นเรื่องของภาพลักษณ์
โดยพยานสำคัญของคดีนี้เป็นชาวไต้หวัน และชาวสิงคโปร์ที่ตั้งใจมาเที่ยวเมืองไทย เพราะมีความประทับใจในประเทศไทย แต่ตำรวจไทยกลับทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจดจำว่า ประเทศไทยตั้งด่านรีดไถ แทนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
แรกๆ ที่ดาราไต้หวัน ออกมาพูด ตำรวจ บชน. รีบออกมาปฏิเสธปกป้องลูกน้องตัวเอง ทั้งที่ไม่ควรปกป้อง และควรทำความจริงให้ปรากฏ หากกระทำผิดจริงควรยอมรับ
วันนี้ศาลจึงได้ตัดสินจำคุกตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการตั้งด่านรีดไถห้วยขวาง 4 คน คนละ 5 ปี ตนขอแสดงความเสียใจ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้สังคมได้ทราบความจริง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก