รวบอีก 3 ใน 11 คอลเซ็นเตอร์หลอกยายโอน 2.5 ล้านบาท
27 ต.ค. 2566 | sitthichai_nak

สืบนครบาล รวบ “ใหม่คลองท่อม - หนึ่งมวกเหล็ก - ก้อยเชียงราย” อีก 3 บัญชีม้า ร่วมใน 11 ผู้ต้องหาร่วมคอลเซ็นเตอร์ ร่วมหลอกยายวัย 82 โอนเงิน สูญกว่า 2.5 ล้าน
ข่าว
27 ต.ค. 2566 | sitthichai_nak

สืบนครบาล รวบ “ใหม่คลองท่อม - หนึ่งมวกเหล็ก - ก้อยเชียงราย” อีก 3 บัญชีม้า ร่วมใน 11 ผู้ต้องหาร่วมคอลเซ็นเตอร์ ร่วมหลอกยายวัย 82 โอนเงิน สูญกว่า 2.5 ล้าน
27 ตุลาคม 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบนครบาล ยังคงระดมกำลังสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับใน 11 ราย ที่ถูกออกหมายจับ กรณีเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ร่วมกันหลอกคุณยายวัย 82 ปี ให้โอนเงินรวมกว่า 20 ครั้ง สูญเงินกว่า 2,580,000 ล้านบาท เหตุเกิดท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น ,พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก สส.ฯ, ,พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.ฯรรท.ผกก.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น.ร่วมกับ พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม อีก 2 ราย ประกอบด้วย
1.น.ส.จิราวรรณ สายวิเศษหรือ "ใหม่ คลองท่อม" อายุ 35 ปี ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ตามภูมิลำเนาในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.991/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566
2.นายมานะ เรืองฤทธิ์ หรือ "หนึ่ง มวกเหล็ก" อายุ 22 ปี ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ตามภูมิลำเนาในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.993/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2566
3.น.ส.กัญญารัตน์ เพชรรักษ์ หรือ "ก้อย เชียงราย" อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาในพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย โดยถูกจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.994/66 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566
ผู้ต้องหา ทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตน ว่าเป็นคนอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ที่บิดเบื่อนและปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
ในชั้นจับกุมใหม่ ผู้ต้องหาที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่ทราบถึงการหลอกลวงที่ปรากฎในพฤติการณ์ในคดี แต่ให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2566 ได้มีเพื่อนได้มาชักชวนให้ตนเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย ไม่ทราบหมายเลขบัญชีให้เพื่อนคนดังกล่าวใช้ โดยให้เงินเป็นค่าเช่าบัญชีเดือนละ 700 บาท โดยปัจจุบันผู้ต้องหาได้รับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวแล้วจำนวน 2,100 บาท และไม่สามารถติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวได้อีก
ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ โดยกล่าวว่าเมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน 2566 ได้เปิดบัญชีธนาคารเกียรตินาคินภัทร ทางออนไลน์ ด้วยโทรศัพท์มือถือ และผู้ต้องหาได้เปิดบัญชีธนาคารอื่นๆ อีกหลายบัญชีต่อมา ตนได้ทำโทรศัพท์มือถือ OPPO หายที่บ้านของป้า ม.4 ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งโทรศัพท์ได้ทำการผูกบัญชีธนาคารไว้ และรหัสแอปพลิเคชั่นธนาคารได้ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ ไม่ทราบว่าผู้ใดนำไปใช้ต่อหรือใช้ในการกระทำความผิด
ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ให้การรับว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีให้กับบุคคลที่ทักมาทางช่องทางเฟซบุ๊ก ตั้งแต่เมื่อประมาณปี 2565 ซึ่งตนนั้นจำได้ไม่แน่ชัด โดยบัญชีดังกล่าวที่ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดนั้นตนนั้นได้ไปทำการเปิดเมื่อประมาณ เดือนกรกฎาคม 2565 เป็นบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ไม่สามารถจำเลขบัญชีได้ พร้อมบัตรเอทีเอ็ม รวมจำนวน 2 บัญชี ได้ค่าจ้างเปิดบัญชีบัญชีละ 15,000 บาท โดยเมื่อเปิดบัญชีแล้ว ผู้ว่าจ้างได้แจ้งว่าให้ส่งสมุดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มไปให้ที่ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยตนนั้นได้ส่งผ่านขนส่งเอกชน
ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป