จำเลยที่ 3 มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่จำเลยที่ 2 ใช้ใช้ก่อเหตุ เนื่องจากจำเลยที่ 3 เป็นผู้ซื้อปืนและครอบครองอย่างถูกต้อง โดยอ้างว่าจะนำไปให้บุตรชายป้องกันตัว จากนั้นได้ฝากภรรยาเก็บไว้ และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปืนอีก ซึ่งคำเบิกความของจำเลยที่ 3 มีน้ำหนักน้อย เชื่อว่าจำเลยที่ 3 ได้นำอาวุธปืนไปมอบให้กับคนร้าย เพื่อให้จำเลยที่ 2 ไปยิงผู้ตาย จำเลยที่ 3 จึงมีความผิดฐานสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 - 3 มีความผิดตามฟ้อง การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 - 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงไป ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ฐานเป็นผู้ ผู้สนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุให้บรรเทาโทษ คงจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฐานสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้แก่โจทก์ร่วมจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปีนับแต่วันที่ละเมิด (15 ส.ค. 65)
ด้านนางศัณนีย์ เจริญศึกษา พี่สาวของทนายมานพ เปิดเผยว่า ผลคำพิพากษาถึงแม้จะได้รับความเป็นธรรม แต่ไม่สามารถชดเชยการเสียชีวิตของน้องชายได้ ดังนั้นครอบครัวจะเดินหน้า เพื่อหาความจริงว่า ใครเป็นผู้จ้างวาน ซึ่งขณะนี้ คดียังคงอยู่ที่กองบังคับการปราบปราม ทางครอบครัวก็จะมีการติดตาม อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปถึง กระทรวงมหาดไทย ที่มีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขอให้มีการตรวจสอบในพื้นที่ จ.ระยอง ที่มีผู้มีอิทธิพลอยู่ในจังหวัด ซึ่งเกรงว่า จะทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม
ส่วนตัวก็ยอมรับว่า หวาดกลัวกับภัยที่จะคุกคามถึงชีวิต ที่ต้องต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่ตนเกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่จังหวัดระยอง