“แพทย์ระบุว่าทำได้ แต่ต้องฝากพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 7,000 บาท แต่เธอไม่มีเงิน จึงไม่ได้ฝากพิเศษตามที่แพทย์แนะนำ โดยแพทย์ได้ให้ยาเร่งคลอดกับเธอ 3 ครั้ง หลังครรภ์ครบ 40 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายน ซึ่งครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ลูกในครรภ์ยังปกติดี แต่พอเหน็บเร่งคลอดครั้งที่ 3 ลูกมีอัตราการเต้นของหัวใจตกลงเรื่อยๆ จนแพทย์เข้ามาตรวจบอกว่ารกพันคอ ต้องรีบเอาตัวเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน และผ่าคลอดฉุกเฉินทันที แล้วปรากฎว่าเมื่อลูกคลอดออกมา ก็มีอาการขาดออกซิเจน มีภาวะหยุดหายใจ ปอดแตกจากการสำลักขี้เทา ต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา”
น.ส.พิศอาภรณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าเกิดจากการรักษาที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการที่แพทย์ให้เธอเหน็บยาเร่งคลอดครั้งที่ 3 แล้วไม่ยอมผ่าคลอดให้ รอจนกระทั่งลูกมีอาการผิดปกติ จนต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน และที่ผ่านมา ได้ไปไกล่เกลี่ยถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือการเยียวยาอะไรจากทางโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์เจ้าของไข้ด้วย และแพทย์เจ้าของไข้บอกว่า หากจะฟ้องให้ไปฟ้องที่องค์กรไม่ใช่มาฟ้องที่ตัวบุคคล เพราะแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมประกอบกับเมื่อพูดถึงเงิน 7,000 บาท ที่เป็นเงินฝากพิเศษดังกล่าวกลับได้รับคำตอบว่า “ตอนนั้นเป็นการพูดเล่น” ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียใจ และอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด