ทั้งนี้ ศาลพิจารณาพยานหลักฐาน ที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้ว เห็นว่า นอกจากยังขาดพยานแวดล้อม ที่สนับสนุนคำเบิกความของโจทก์ร่วมแล้ว ข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า โจทก์ร่วมยังไปพบกับจำเลยตามลำพัง ตามที่จำเลยนัดหมายอีก 2 ครั้ง ทำให้คำเบิกความของโจทก์ร่วม มีน้ำหนักลดน้อยลงอีก
ประกอบกับจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์และโจทก์ร่วม นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง พิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทน ของโจทก์ร่วมด้วย