เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไปพบว่า ผู้ก่อเหตุมักชอบไปฝึกซ้อมยิงปืน ที่สนามยิงปืนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) โดยเดินทางมาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566 และให้คนที่สนามยิงปืนถ่ายรูปตอนตัวเองซ้อมยิงปืน ก่อนส่งรูปที่ถ่ายไปยังบุคคลที่ใช้ชื่อไลน์ว่า "กัปตันออกัส"
มีรายงานด้วยว่า ผู้ก่อเหตุ ไม่เคยไปใช้สนามยิงปืนกับพ่อ แต่ไปกับบุคคลอื่น ซึ่งสอดคล้องกับผู้ดูแลสนามยิงปืนที่ให้ข้อมูลว่าคาดการณ์ว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะมาใช้สนามกับเพื่อน
ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมนายสุวรรณหงษ์ และ นายอัครวิชญ์ (คนขายปืน) และนายปิยะบุตร คนขายกระสุนปืน-แม็กกาซีน ให้กับเด็กอายุ 14 ปี ได้ทั้งหมดเมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2566) โดยอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเรื่องอาวุธปืนว่ามาจากไหน และ ผู้ซื้อนำไปใช้ทำอะไรบ้าง เพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีการซื้อ-ขายปืนดัดแปลง เฉลี่ยวันละ 100 กระบอก
สำหรับ "แบลงค์กัน" คือ ปืนจำลอง หรือโมเดลปืน ที่จำลองรูปแบบและหลักการทำงานมาจากปืนจริง แต่ไม่สามารถขับเครื่องกระสุน หรือเม็ดกระสุนใดๆ ออกมาจากลำกล้องได้ ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกและหลักการทำงานเหมือนของจริงเกือบ 100% เป็นอุปกรณ์จำลองที่ถูกพัฒนามาจากบีบีกัน
ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุม และการครอบครองไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่เวลาที่ซื้อจำเป็นจะต้องให้สำเนาบัตรประชาชนกับร้านค้าไว้ด้วย เพื่อที่ทางร้านจะได้นำไปลงบันทึกว่ารายการนี้เป็นของผู้ใด
การซื้อแบลงค์กันทำได้ค่อนข้างง่าย เพราะเพียงเสิร์ชค้นหาคำว่า "แบลงค์กัน" ลงบนกูเกิล ก็จะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายสินค้าชนิดนี้แต่แบลงค์กันถูกนำมาดัดแปลงให้ใส่กระสุนจริงได้ และนำไปก่อเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้ง อย่างเช่นเหตุการณ์ครั้งล่าสุด #กราดยิงพารากอน
อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เด้งรับนโยบายรัฐบาลสั่งตำรวจไซเบอร์กวาดล้างเว็บไซต์ปืนเถื่อนทันที พร้อมสั่งเปิดแผนปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมอาวุธปืน ซึ่งมีเป้าหมายกว่า 2,300 แห่ง ทั่วประเทศ มีทั้งแหล่งรับซื้ออาวุธปืน โรงงานแหล่งผลิต และแหล่งดัดแปลงแบลงค์กัน โดยตำรวจไซเบอร์ จะเป็นผู้นำข้อมูลเป้าหมายส่งให้กับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการระดมดวาดล้างตามแผนต่อไป