น.ส.บี เล่าต่อไปว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ตนเองซื้อรถยนต์กับผู้ต้องสงสัย (คนที่จำเสียงได้ และพูดว่าจะยิงนะ) ผ่านน้องที่เคยรู้จักและเคยตามจีบตนเอง โดยซื้อรถยนต์คันดังกล่าวด้วยเงินสด จำนวน 128,000 บาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาซื้อขาย ผู้ต้องสงสัยโอนลอยและมอบเอกสารคู่มือรถยนต์ให้ ซึ่งตั้งแต่ซื้อรถยนต์คันนี้มาจากเต๊นท์รถมือสองแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม ผู้ต้องสงสัยหรือเจ้าของเต๊นท์รถรายนี้ พยายามโทรศัพท์มาพูดคุยและชวนไปทานข้าวอยู่ประจำ สอบถามว่าตนเองทำอะไร อยู่ที่ไหน และบอกคิดถึง ซึ่งตนเองเห็นว่าการซื้อขายจบแล้ว ไม่อยากคุยด้วย จึงบล็อกเบอร์โทรศัพท์ไป กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนเองหวาดกลัวต่ออันตรายมาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ หากตนเองลุกขึ้นมานั่งที่เตียงช่วงที่คนพวกนั้นมาเคาะประตู คงถูกยิงจนเสียชีวิตแล้ว เคราะห์ดีที่ยังนอนอยู่จึงรอดตายมาได้ จากนี้ไปหากยังจับตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ ตนเองก็ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต เพราะหลังเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มคนที่ก่อเหตุ โทรมาข่มขู่ว่าเห็นตนเองอยู่กับตำรวจที่หน้าห้องเช่า ในพื้นที่ตั้งแต่จุดก่อเหตุไปถึงจังหวัดนครพนม ระหว่างเดินทางกลับ จะไม่มีใครหน้าไหนหรือตำรวจคนไหนทำอะไรเขาได้ ซึ่งนับเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก
ทั้งนี้หลังให้ปากคำ น.ส.บี ได้ขอให้ตำรวจคุ้มกันพาไปส่งที่บ้านด้วย เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย