อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดเรื่อง น.ส.เจษฏา ภรรยาอีกคนยังไม่เคยแจ้งความ เพียงแต่รับสารภาพว่า มีเด็กเสียชีวิตจริง และพร้อมนำเจ้าหน้าที่ชี้จุดที่นำศพใส่ถุงดำไปทิ้งแถวศาลพระภูมิ ซอยพหลโยธิน 50 เนื่องจากสามีให้เอาลูกไปทิ้ง ตนเห็นว่าไหนๆ ก็ต้องทิ้งลูก จึงนำไปไว้ที่ศาลพระภูมิ หวังฝากลูกไว้ให้พระภูมิเจ้าที่ดูแล ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งเรื่องกับใคร เพราะสามีได้ข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย
ด้าน นายกัณฐัศว์ หรือกัน จอมพลัง กล่าวว่า ตามที่มีหลักฐานว่า นายส่องศักดิ์ เคยเข้ารักษาตัวด้วยอาการป่วยทางจิต แต่ตนเชื่อว่าการที่ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายเด็กจนเสียชีวิต และนำร่างเด็กนำร่างลูกไปฝังที่ จ.กำแพงเพชร ก่อนฝังมีการห่อถุงพลาสติกถึง 3 ชั้น มีปูนโบกทับเรียบร้อย
"แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของการเป็นโรคจิต หรือป่วยจิตเวช แต่เป็นการวางแผนฆ่า และทำลายหลักฐานอย่างเป็นขั้นตอน ส่วนตัวเชื่อว่าแบบนี้มันเหลี่ยมจัด วางแผนมาอย่างรอบคอบ แล้วจะเอามาอ้างในชั้นศาลไม่ได้ พฤติกรรมที่กระทำผิดนั้น มีการวางแผนเป็นขั้นตอนไม่ใช่คนพูดจาไม่รู้เรื่องเดินเหม่อลอยเหมือนพวกมีอาการทางจิตประสาทที่พบเห็นทั่วไปแต่อย่างใด
อีกทั้งหากจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันก็จะไม่รับสารภาพ เพราะระหว่างที่นำตัวไปชี้จุดที่ จ.กำแพงเพชร ผู้ต้องหาเอง ก็ไม่ได้มีการเปิดปากรับสารภาพถึงลูกอีก 4 คน ที่ได้ลงมือฆ่าจนเสียชีวิต ถือว่าเป็นคนที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง" กัน จอมพลัง ระบุ