เนชั่นทีวี

ข่าว

ร้อง บช.ก. ถูกหลอกซื้อขายหุ้น นายพลหนุนหลัง สูญเงินกว่า 200 ล้านบาท

17 ส.ค. 2566 | sitthichai_nak

ร้อง บช.ก. ถูกหลอกซื้อขายหุ้น นายพลหนุนหลัง สูญเงินกว่า 200 ล้านบาท

ผู้เสียหายกว่า 10 คน ร้องทุกข์ ตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัย หลอกทำงานซื้อขายหุ้น รับปันผล 20-30% ก่อนอ้างถูก ปปง.ตรวจสอบบัญชี ทำให้จ่ายไม่ตรงเวลาก่อนหนีหาย ล่าสุดกลับมาเปิดบริษัทใหม่ มีนายทหารร่วมเป็นกรรมการ

17 สิงหาคม 2566 กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 10 คน เข้าร้องเรียนที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ช่วยสืบสวน กรณีถูกหลอกให้ซื้อหุ้น ipo ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเสนอขายใน จ.อุบลราชธานี มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท โดยอ้างจะได้รับเงินปันผลจากการทำกำไรหุ้นประมาณ 20%-30%

ตัวแทนผู้เสียหาย ระบุว่า ผู้บริหารของบริษัทเป็นเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เมื่อปลายปี 2564 ผู้ก่อเหตุชักชวนผู้เสียหายแต่ละคนให้มาเป็นพนักงานขายหุ้นกับบริษัทดังกล่าว อ้างจะได้รับเปอร์เซ็นต์จากการขายหุ้น ทำกำไร 20-30% จึงทำให้กลุ่มผู้เสียหายสนใจ สมัครเป็นพนักงานขาย โดยมีการไประดมทุนเป็นเงินส่วนตัวและเงินจากกลุ่มญาติคนรู้จักมาลงทุนโดยเฉพาะใน จ.อุบลราชธานี มีประมาณ 50 ล้านบาท หากรวมทั่วประเทศแล้ว มูลค่ามากถึง 150-200 ล้านบาท

ร้อง บช.ก. ถูกหลอกซื้อขายหุ้น นายพลหนุนหลัง สูญเงินกว่า 200 ล้านบาท

ในช่วงแรก ผู้ก่อเหตุจ่ายเงินปันผลให้ตรงตามที่ตกลงกันไว้ 1-2 งวด จากนั้น เริ่มบ่ายเบี่ยง อ้างว่าบริษัทมีเงินลงทุน และผลกำไรมากผิดปกติเข้ามาในบัญชีของบริษัท จนทำให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อายัดบัญชีของบริษัททั้งหมดจนไม่สามารถจ่ายเงินให้กับนักลงทุนได้ ก่อนจะตัดการติดต่อและหลบหนีไป ทำให้ผู้เสียหายหลายคนได้รับความเดือดร้อนพร้อมเข้าแจ้งความกับหลายหน่วยงาน ทั้ง ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แต่ก็ไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับแต่อย่างใด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้เสียหายหลายคน ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน จากการไประดมเงินลงทุนและถูกแจ้งความดำเนินคดี ในฐานะแม่ข่ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีผู้เสียหายที่ลงทุนกับบริษัทดังกล่าวมากที่สุดถึง 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุเคยอ้างว่ามีปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าเพราะถูก ปปง. อายัดบัญชี แต่จากการตรวจสอบไปยังสำนักงาน ปปง. พบว่าไม่ได้มีการอายัดเงินในบัญชีดังกล่าว และยังพบว่ามีการตกแต่งเลขงบดุลบัญชี รวมถึงปลอมแปลงเอกสารเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ตัวแทนผู้เสียหาย ระบุอีกว่า ล่าสุด ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้กลับมาตั้งบริษัทใหม่ พบมีนายทหารจากกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ยศนายพลนอกราชการมาร่วมเป็นกรรมการ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเพราะผู้ก่อเหตุเคยพูดว่ามีบุคคลอยู่เบื้องหลังและคอยคุ้มครอง รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุเองเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง 

กลุ่มของตนจึงเดินทางมาให้ตำรวจสอบสวนกลางหรือกองปราบปรามช่วยเหลือในคดีนี้ เพื่อติดตามผู้กระทำความผิดมารับโทษ เพราะที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุใช้ชีวิตสุขสบาย ซื้อรถใหม่ ในขณะที่ผู้เสียหายต้องเป็นหนี้สิน ชีวิตลำบาก

ข่าวล่าสุด