เนชั่นทีวี

ข่าว

"แอม ไซยาไนด์" เบิกความฟ้อง "รพี" หมิ่น ศาลนัดฟังคำสั่ง 5 ก.ย.นี้

24 ก.ค. 2566 | katatep_lue

"แอม ไซยาไนด์" เบิกความฟ้อง "รพี" หมิ่น ศาลนัดฟังคำสั่ง 5 ก.ย.นี้

"แอม ไซยาไนด์" เบิกความฟ้อง "รพี" หมิ่นประมาท ทำให้ถูกจับดำเนินคดี และออกหมายจับอีก 14 คดี แท้งลูกในเรือนจำ ทนายให้ดูรูป "ก้อย" เจ้าตัวผวาไม่กล้าจ้องรูป บอกจำไม่ได้ กินยามาก ศาลนัดฟังคำสั่ง 5 ก.ย.นี้

24 กรกฎาคม 2566 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม เป็นโจทก์ฟ้อง นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานผู้เสียหาย เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีนายรพี ไปออกรายการทีวีพูดพาดพิงแอม ส่งผลกระทบให้ถูกดำเนินคดี 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายรพี ชำนาญเรือ  

เมื่อถึงเวลา ศาลเบิกตัว แอม มาในชุดผู้ต้องขังจากทัณฑสถานหญิง มาเบิกความ โดยแอมมีสภาพทั่วไปปกติย้อมผมสีทอง แม้จะตัวเล็กลงบ้างแต่ดูไม่ผอมไม่อ้วน โดย มีพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตรอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง อดีตสามี มานั่งฟังในห้องพิจารณาด้วย

ขณะที่ฝ่ายนางทองพิน แม่ของก้อย ผู้ตาย ได้จ้องหน้าแอมชนิดตาไม่กระพริบตั้งแต่แอมเข้ามาในห้อง แต่แอมไม่สบตาด้วย

น.ส.สรารัตน์ หรือแอม
ต่อมา แอมเบิกความตอบคำถามทนายโจทก์และคำซักค้านของทนายจำเลย ทำนองว่าเมื่อ นายรพี ได้ไปให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ส่งผลกระทบให้ตนถูกจับดำเนินคดีฆ่าก้อย และถูกออกหมายจับดำเนินคดีอีก 14 สำนวน ทั้งที่ตนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 และมาตรา 241 วรรคสาม  ที่มีหลักการว่า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหา จำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำผิด

แอมเบิกความต่อว่า ระหว่างถูกขัง ได้แท้งลูกและเป็นหนี้ค่ารักษาพยาบาล ตอนนี้ก็ป่วยแผลผ่าตัดก็ยังไม่แห้ง 

จากนั้นทนายเดชา ได้ซักค้านได้ใจความว่า ขณะนี้ทางอัยการก็ได้ฟ้องแอมกับพวกเป็นจำเลยแล้วแ ละยังมีหมายจับคดีอื่นๆอีก 14 เรื่อง ไปแล้ว 

จากนั้นทนายพัช ได้นำพยานปากอื่นเบิกความสอดคล้องกับแอม 

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ
ต่อมา นายเดชา ทนายจำเลยนำพ่อ และแม่ ของก้อย เข้าเบิกความ โดยในขณะไต่สวน พบว่า แอม มีอาการหวาดกลัว โดยเฉพาะช่วงที่นำภาพถ่ายของนางสาวก้อย มาให้แอมดู โดยอ้างว่าจำภาพถ่ายของก้อยไม่ได้ มองไม่ชัดเพราะกินยามาก และไม่ได้เป็นคนถ่ายภาพที่ทนายนำมาให้ดู

ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้วจึงได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 09.00 น.

ต่อมา ทนายเดชา ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาแอมพูดไม่ตรงกับความจริงหลายครั้ง มีการกลับคำให้การไปมา และดูเหมือนจะหวาดกลัวกับการรับความจริง แม้ว่าจะมีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อมที่ตำรวจได้นำมาสอบสวนอยู่ในสำนวนคดี จึงไม่ทราบว่าทำไมแอมถึงคิดต่อสู้คดี

ส่วนการที่จะขอเป็นโจทก์ร่วมของแม่ของก้อย ในคดีที่แอม ถูกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ และมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานที่แน่นหนา และศาลสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ 

ด้าน แม่ของก้อย กล่าวว่า ในระหว่างที่ฟังแม่ของแอม เบิกความต่อศาลก็ไม่เชื่อในคำให้การที่บอกว่า แอมเป็นคนโอบอ้อมอารี ไม่คิดทำร้ายผู้อื่น แต่เห็นว่าขัดแย้งกับพฤติการณ์ของแอม และมั่นใจว่าแอมเป็นคนทำร้ายลูกสาวของตัวเอง ซึ่งวันนี้ก็ไม่ได้ซักค้านในคำให้การของฝ่ายโจทก์ แต่ก็ขอให้เวรกรรมมีจริง ส่วนแอม ที่เห็นในห้องพิจารณาคดี ก็พบว่ามีลักษณะซูบผอม ตัวเล็กลง และมีความกังวลหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

ข่าวล่าสุด