จากการสอบสวนทราบว่า นายเจษฎา ผู้ก่อเหตุ มีอาชีพเป็นการ์ดตามผับ มีงานเสริมรับจ้างส่งของ เคยมีเมียและลูกติดมาก่อน ต่อมา แต่งงานอยู่กินกับ น.ส.พรวิภา เปรมานุพันธ์ หรือ “โป้ง” อายุ 33 ปี พนักงานเสมียนบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านประเวศ ทำธุรกิจขายอะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องจักรตามโรงงานในย่านที่เกิดเหตุ นานกว่า 2 ปี แต่ชีวิตคู่ไปไม่รอด แยกกันอยู่นาน 3 เดือนแล้ว โดยนายท็อป ไปพักอาศัยอยู่ย่านวัดมหาบุศย์ ย่านพระโขนง ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน นายท็อป เดินทางมาง้อขอคืนดี น.ส.โป้ง แต่ถูกปฏิเสธกลับไป
นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บทราบชื่อแค่ น.ส.เฟิร์น อายุ 18 ปี แฟนสาวนายพงศพัศ ถูกยิงที่หน้าท้อง 1 นัดบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งรพ.สิรินธร แพทย์กำลังผ่าตัดช่วยเหลือเป็นการด่วน พ้นขีดอันตรายแล้ว
กระทั่ง ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน นายท็อป มาง้อขอคืนดีอีกครั้ง เมื่อมาถึงเคาะห้อง แล้วตะโกนอ้างว่าจะมาเก็บของและเสื้อผ้า แต่ในห้องขณะนั้นมีอดีตแม่ยายของนายท็อป นายพงศพัศ หลานชาย น.ส.โป้ง และแฟนสาวของหลานชายอยู่ในห้อง บอกว่า น.ส.โป้งไม่อยู่
นายท็อป ไม่เชื่อและโกรธมากที่ไม่มีใครเปิดประตูรับ จึงใช้ปืนทุบหน้าต่างบานเกร็ดแล้วปีนเข้าไปในห้อง ทะเลาะกับแม่ยายรุนแรง นายพงศพัศและแฟนสาวเข้าห้าม กลับถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนแม่ยายของนายท็อปหลบหนีออกมาจากห้องได้ จากนั้น นายท็อปใช้ปืนยิงตัวเองหนีความผิด