ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากระเบียบนี้มีผลบังคับใช้แล้ว 1 เดือน ตำรวจสามารถลบรายชื่อในทะเบียนประวัติอาชญากรได้แล้วกว่า 10,000,000 คน เหลือประมาณ 3.7 ล้านรายที่คดียังไม่สิ้นสุด ถือเป็นการคืนสิทธิ์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรของตัวเองได้ที่โรงพักทั่วประเทศ
และหลังจากนี้หากศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องหรืออัยการสั่งไม่ฟ้องคดีแล้ว ทางกองทะเบียนประวัติอาชญากรจะส่งเอกสารไปยังโรงพักทั่วประเทศเพื่อให้สายตรวจนำเอกสารไปแจ้งให้ประชาชนถึงบ้าน ปัจจุบันได้แจ้งไปแล้วประมาณ 600,000 ราย นอกจากนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการจัดทำเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อประวัติอาชญากรของตัวเองได้ด้วยตัวเองคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
ส่วนกรณีผู้ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือศาลพิจารณาใช้ดุลยพินิจให้รอลงอาญา หากมีการชดใช้เยียวยาเป็นที่พอใจแล้วก็จะถูกลบประวัติอาชญากร ส่วนจะมีการแก้ไขระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่จะมีการพิจารณาในอนาคต แต่ทางตำรวจยังจะต้องเก็บข้อมูลบางส่วนของกลุ่มที่มีการกระทำความผิดซ้ำ เป็นคดีที่เกี่ยวกับเพศอาชญากรต่อเนื่อง หรือเกี่ยวกับความมั่นคง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เป็นการกระทบสิทธิ์ของประชาชนอย่างแน่นอน
ด้านประชาชนที่ได้รับการลบประวัติอาชญากรตามระเบียบใหม่ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถสมัครงานได้ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือเดินทางไปต่างประเทศ จึงถือว่าเป็นโครงการที่ดี และเชื่อว่าโครงการนี้ จะช่วยลดการก่ออาชญากรรมซ้ำซ้อนได้แน่นอน