เนชั่นทีวี

ข่าว

ครอบครัวเหยื่อสาว ชี้ 13 แผล แค่ไม่ให้สูบบุหรี่ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด

16 มิ.ย. 2566 | sitthichai_nak

ครอบครัวเหยื่อสาว ชี้ 13 แผล แค่ไม่ให้สูบบุหรี่ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด

ครอบครัวสาวคลินิกเสริมความงาม เข้าให้ปากคำ ยันไม่รู้จักคนก่อเหตุ ไม่เชื่อ เหตุไม่ให้สูบบุหรี่ถึงขั้นฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยม ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ด้านแฟนผู้ตาย ระบุ ไม่เคยเช็กโทรศัพท์เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ชี้มีปากเสียงเป็นเรื่องปกติ แต่ 13 แผลถือว่าเกินกว่าเหตุ

16 มิถุนายน 2566 จากกรณี น.ส.ธนิฐดา อุปชัย อายุ 26 ปี ผู้ช่วยคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ถูกนายสุวัฒน์ ท่าจอหอ อายุ 21 ปี ใช้อาวุธมีดแทงตามร่างกายรวม 13 แผล เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักเมื่อกลางดึก ที่ผ่านมา นั้น  ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเสนอ อุปชัย อายุ 69 ปี และนางละมุม พรมราช อายุ 55 ปี ตาและยายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายัง สน.บุปผาราม เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ครอบครัวเหยื่อสาว ชี้ 13 แผล แค่ไม่ให้สูบบุหรี่ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด

โดยทางครอบครัวผู้ตาย ระบุว่า หลานสาวมาพักอาศัยอยู่ที่หอพักตามลำพัง โดยทำงานอยู่ที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง หลังจากที่ได้เลิกกับอดีตสามี และนำลูกไปให้ตนเองเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก จนปัจจุบันอายุ 8 ขวบแล้ว ที่ผ่านมาทราบเพียงว่า หลานสาวมีการคบหากับเพื่อนชายคนหนึ่ง ส่วนคนอื่นทางครอบครัวไม่ทราบ ซึ่งหลานสาวจะส่งเงินให้ครอบครัว เพื่อนำไปดูแลลูกอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อวันก่อนเกิดเหตุ ก็ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องหลานสาวมีปากเสียงกับเพื่อนชาย แต่ไม่ทราบว่า จะใช่คนที่ก่อเหตุด้วยหรือไม่ เพราะว่าก่อนหน้านี้หลานสาวไม่เคยพูดถึงคนที่ก่อเหตุ หรือส่วนตัวก็ไม่เคยเจอหน้ามาก่อน 


 


“แต่สงสัยว่าทำไม เหตุผลที่ไม่ให้สูบบุหรี่ ทำให้ถึงขั้นฆ่ากันได้ คิดว่าปัญหาน่าจะมากกว่าเรื่องสูบบุหรี่ ความโหดเหี้ยมครั้งนี้ จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด”

ด้านแฟนหนุ่มของผู้ตาย ระบุว่า ตนและผู้ตายคบหากันมาได้ 8 เดือนแล้ว โดยไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมามีปากมีเสียงเป็นเรื่องปกติ โดยวันที่เกิดเหตุได้มีการนัดหมายจะไปทานข้าวด้วยกัน แต่ว่าตนท้องเสีย จึงไม่ได้มาหา และทราบว่า มีเพื่อนสาวจะมาหาที่ห้องพัก จึงอนุญาตให้ สาวๆ อยู่ด้วยกัน ตนจึงไม่ได้มาตามที่นัดหมาย 

จนกระทั่งช่วงกลางดึก เพื่อนสาวโทรมาบอกว่า เกิดเหตุแฟนสาวโดนทำร้าย ตอนแรกคิดว่า เป็นการโกหก เพื่อจะให้ตนออกไปหาหรือไม่ ตนจึงได้ขับรถไปหาที่หอพัก ปรากฏว่า เมื่อพบตำรวจและกู้ภัยจึงรู้ว่าเกิดเหตุร้ายกับแฟน จากนั้นตำรวจจึงได้กันตัวเองออกมาเพื่อมาสอบถามข้อมูลหลังตนแจ้งว่าเป็นแฟนกับผู้เสียชีวิต โดยตนยังไม่ทันได้เจอหน้ากับผู้ก่อเหตุ 



ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบมาก่อนว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร แต่สำหรับกรณีที่ผู้ต้องหาให้การว่า บันดาลโทสะที่ไม่ให้สูบบุหรี่ในห้องแล้วถึงขั้นแทงแฟนถึง 13 แผล ตนมองว่าเกินกว่าเหตุและอยากถามว่า มาทำแบบนี้ทำไม ส่วนโทรศัพท์ของแฟนที่ผ่านมา ตนไม่เคยตรวจเช็กว่ามีการติดต่อกับใครหรือไม่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และหากถามว่าแฟนสาวจะรู้จักกับผู้ตายหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึง

ขณะเดียวกัน ภาพกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 00.42 น. จะเห็นได้ว่า น.ส.ธนิฐดา ผู้เสียชีวิต สวมชุดนอนสีชมพู ซึ่งเป็นชุดเดียวกันที่พบเป็นศพนอนเสียชีวิต โดยผู้ตายได้เดินลงมารับนายสุวัฒน์ ผู้ก่อเหตุ ที่สวมเสื้อสีดำกางเกงยีนส์ และสวมหมวกปิดบังใบหน้า ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาผู้ตายที่หอดังกล่าว ก่อนผู้ตายได้ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูนำผู้ก่อเหตุขึ้นไปบนห้องพัก

ครอบครัวเหยื่อสาว ชี้ 13 แผล แค่ไม่ให้สูบบุหรี่ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด
ครอบครัวเหยื่อสาว ชี้ 13 แผล แค่ไม่ให้สูบบุหรี่ ต้องลงโทษให้ถึงที่สุด

นอกจากนี้ยังมีกล้องจากตำรวจสายตรวจที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นได้วิ่งขึ้นไปบนตึก พบผู้ชาย 3 คนกำลังช่วยกันจับประตูห้องพัก เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีออกไปได้ ในขณะที่บริเวณประตูห้องพัก มีคราบเลือดติดอยู่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พูดคุยกับผู้ต้องหาที่อยู่ภายในห้อง หลังจากนั้นก็พยายามเกลี่ยกล่อมให้ผู้ต้องหาส่งอาวุธมีดออกมาให้

ส่วนผู้ก่อเหตุที่อยู่ภายในห้องโวยวายพร้อมพูดว่า “ผมแทงเขานิดเดียว ผมแทงเขานิดเดียว” หลังจากนั้นเมื่อตำรวจสอบถามว่า มีอาวุธอื่นนอกจากมีดหรือไม่ ผู้ก่อเหตุพูดเพียงว่า “พี่ผมกลัว” และบอกว่า “ถ้ามีปืนผมยิงเขาแล้ว ผมไม่ยอมให้เขาแทงผมหรอก” หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการขออาวุธมีดจากผู้ต้องหา โดยให้ส่งออกมาจากห้องก่อนทำการควบคุมตัว

ข่าวล่าสุด